Ip Man (2008) : วีรบุรุษคนใหม่แห่งวงการหนังฮ่องกง

Posted: ธันวาคม 4, 2010 in Action/บู๊, บทวิจารณ์ภาพยนตร์(รวม), ภาพยนตร์จีน

หมายเหตุ  บทความนี้ได้ถูกผู้เขียนนำไปเผยแพร่ลงใน http://www.gconsole.com



ก่อนอื่นขอชมคนคิดชื่อภาษาไทยอีกครับ “จ้าวกังฟูสู้ยิบตา” ตั้งชื่อได้เด็ดสะระตี่จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สัมผัส “ฟู” กับ “สู้” ให้จำง่าย ยังมีการเล่นคำพ้อง คือคำว่า “ยิป” กับ “ยิบ” ระหว่างแซ่ของตัวละครกับสำนวนของไทยเราอย่างลงตัว กลายเป็นหนังต่างประเทศที่ผมชอบชื่อไทยที่สุดไปเลย

Ip Man เป็นหนังชีวประวัติกึ่ง Action – Martial Art กล่าวถึง “ยิปมัน”(ดอนนี่ เยน) ปรมาจารย์หมัดหย่งชุนที่ใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาและบุตรชายในเมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ไม่เคยท้าประลองใครก่อน ทำให้มีครูมวยหลายคนมาท้าประลองกับท่าน แต่ก็ล้วนพ่ายแพ้กลับไป บ้างก็ให้ความนับถือ บ้างก็ฝากความแค้นไว้ ความเก่งกาจของท่านทำให้ท่านเป็นที่นับหน้าถือตาในชุมชน ต่อมาเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารญี่ปุ่นบุกประเทศจีน และกวาดต้อนคนจีนไปใช้แรงงาน บ้านสกุลยิปของยิปมันถูกยึด ครอบครัวของท่านต้องเร่ร่อน เมื่อหาที่พักได้ยิปมันจึงไปขุดถ่านหินเพื่อนำรายได้มาจุนเจือครอบครัว ณ โรงงานถ่านหิน ได้มีทหารญี่ปุ่นมาเยือน และมอบข้อเสนอ ให้ชาวจีนไปแลกเปลี่ยนวรยุทธ์กับทหารญี่ปุ่น(ก็คือประลองยุทธนั่นแหละ) ใครชนะจะได้ข้าวสารคนละถุง แรกเริ่มยิปมันไม่ใส่ใจ แต่เมื่อสหายสนิทของยิปมันถูกทหารญี่ปุ่นสังหารอย่างไร้ค่าไปทีละคน กระตุ้นแรงแค้นของท่านต้องประกาศศักดาให้ทหารญี่ปุ่นรับรู้ถึงศักดิ์ศรีของชาวจีน ความสามารถของท่านเป็นที่ต้องการของนายพลมิอูระ(ฮิโรยูกิ อิเคอุจิ)ผู้นำของเหล่าทหารญี่ปุ่น ที่ต้องการให้ยิปมันมาสอนกังฟูให้ทหารญี่ปุ่น และยังหวังที่จะพิสูจน์ฝีมือกับยิปมันอีกด้วย

ตัวละครหลัก

ยิปมัน(ดอนนี่ เยน หรือ เจิ้นจื่อตัน ขวัญใจใครหลายๆคนในบอร์ด) ครูมวยในประวัติศาสตร์จีน ไม่โอ้อวด ไม่รับลูกศิษย์หรือประกาศศักดา อยู่อย่างสมถะ ฝึกกังฟูไปวันๆ พื้นเพแล้วเป็นคนถ่อมเนื้อถ่อมตัว(โดยเฉพาะกับภรรยา)

ยิปหวั่นเจิง(สงไต้หลิน) ภรรยาของยิปมัน เป็นบุคคลเดียวในเรื่องที่ยิปมัน “ไม่กล้าหือ” เป็นคนจริงจัง เด็ดขาด ค่อนข้างน้อยใจที่ยิปมันเอาเวลาไปฝึกกังฟูและแนะนำวิชาเพื่อนบ้านโดยไม่มีเวลาให้ครอบครัว


จิ้งฉวน(เยิ่นต๊ะหัว) เพื่อนสนิทของยิปมัน เป็นพ่อค้า ให้ความนับถือในตัวยิปมัน ตั้งใจจะให้ลูกชายของเค้าเป็นศิษย์คนแรกของยิปมัน เปิดโรงงานฝ้าย เพื่อให้รายได้แก่ชาวจีน


สารวัตรหลี่เจา(หลินเจียต้ง) ตำรวจที่ดูแลเมืองฝอซาน ชอบวางก้าม มีความรู้ภาษาญี่ปุ่น จึงไปเป็นล่ามให้ทหารญี่ปุ่นเพื่อความอยู่รอด เลยถูกกล่าวหาว่าเป็นคนขายชาติ


นายพลมิอูระ(ฮิโรยูกิ อิเคอุจิ) ผู้นำทหารญี่ปุ่น มีทักษะการต่อสู้สูง ต้องการให้ยิปมันมาฝึกสอนทหารญี่ปุ่นเพื่อความแข็งแกร่งของกองทัพ และยังหมายจะพิสูจน์ฝีมือกับยิปมันอีกด้วย

ยิปมันเป็นหนังที่มาในไลน์เดียวกับ “Fearless จอมคนผงาดโลก” คือพูดถึงชีวประวัติของบุคคลในประวัติศาสตร์ หากแต่ยิปมันดูสมจริงกว่า และไม่ “น้ำเน่า” เหมือน Fearless จุดขายของยิปมันคงหนีไม่พ้น “ฉากแอ็คชั่น” ซึ่งเรื่องนี้ได้รับรางวัลออกแบบฉากแอ็คชั่นยอดเยี่ยม จากเทศกาลภาพยนตร์ Hong Kong Film Awards ครั้งที่ 28 มาครองด้วย ซึ่งผู้ที่ทำการสร้างสรรค์ฉากแอ็คชั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เค้าก็คือ “หงส์อ้วนจอมลีลา” Sammo Hung หรือที่รู้จักกันดีในนาม “หงจินเป่า” นั่นเอง ซึ่งในยิปมันภาค 2 พี่แกก็จะโดดมาร่วมแจมด้วย หลังจากที่เคยร่วมแสดงกับดอนนี่ เยน และ ผู้กำกับ วิลสัน ยิป มาก่อนแล้วในเรื่อง “SPL ทีมล่าเฉียดนรก”

“หมัดหย่งชุน” นับเป็นโจทย์ที่ยากมาก เพราะหย่งชุนเป็นเพลงมวยที่คิดค้นโดยสตรี (ชื่อหย่งชุนมาจากชื่อของ เหยียนหย่งชุน สตรีผู้คิดค้นเพลงมวยนี้) จึงต้องอ่อนโยน เน้นความเร็วเป็นหลัก บวกกับต้องใช้สมาธิและความสงบในการควบคุมเพลงหมัด ซึ่งต้องแสดงไปถึงบุคลิกของผู้ใช้หมัดด้วย และด้วยความที่เป็นเพลงมวยของสตรี แต่ผู้ใช้เป็นบุรุษ ก็ต้องดีไซน์ให้ดูเป็นบุรุษแต่ต้องไม่ละิ้ทิ้งรูปแบบเดิมด้วย ทว่าหงจินเป่าก็สามารถแก้โจทย์นี้ได้่ผ่านฉลุย เพราะพี่แกเ่ล่นเอาครูมวยหย่งชุนมาสอนดอนนี่ เยนกันจริงๆเลย ทำให้ยิปมันในหนังเมื่อใช้หมัดหย่งชุนแล้วดูน่านับถือมากกว่าน่าเกรงขาม ดูเข้ากับบุคลิกของตัวละครดีชะมัด ไหนจะหน้าตาของดอนนี่ เยน ที่เข้ากับคาแร็คเตอร์ขรึมๆแล้ว ยิ่งทำให้ยิปมันดูเป็นตัวละครที่มี่ทั้งความ น่านับถือ และ น่าเห็นใจไปในตัว จนหลายคนยกให้เป็น “หนังที่ดีที่สุดของดอนนี่ เยน”

สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ฉากแอ็คชั่นเป็นไปอย่างไหลลื่นคือ การตัดต่ออันปราณีต ซึ่งจะเห็นได้ชัดในฉากแอ็คชั่นที่มีหลากหลายมุมกล้อง บวกกับจังหวะการตัดต่อที่ลงล็อค ทำให้ฉากแอ็ึคชั่นดูเร้าใจ หนังยังเล่นกับอารมณ์สะใจของคนดูในการ “เน้น” คือใช้เทคนิคทำภาพสโลว์โมชั่น ในเวลาที่นักสู้บางคนโดนเตะ ต่อยหนักๆ ทำให้รู้สึกมันส์สะใจกับฉากแอ็คชั่นอันสวยงามขึ้นอีกเป็นกอง

ตัวหนังมีการดำเนินเรื่องได้เข้าใจง่าย สบายๆ ไม่เครียด แต่ยังขาดเหตุผลไปอยู่หลายจุด เช่น ฉากที่ยิปมันต้มข้าวต้มให้ภรรยาซึ่งมีอาการป่วย แต่หนังไม่ได้บอกเลยว่า ภรรยาของยิปมันป่วยเพราะสาเหตุอะไร ซึ่งผมคิดว่าถ้าให้สาเหตุการป่วยของภรรยายิปมันได้ จะทำให้อารมณ์ดราม่าของหนังเรื่องนี้มากขึ้น หรือฉากที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งในฝอซานที่หนีจากบ้านไปด้วยความอับอาย แล้วไปเข้าแก๊งอันธพาล ตัวหนังไม่ได้บอกเลยว่า ไปเ้ข้าแก๊งได้ยังไง บอกแค่ว่าโผล่มาอีกทีก็กลายเป็นอันธพาลไปแล้ว แตุ่ถ้าพูดถึงอารมณ์ดราม่า ยิปมันก็มีอยู่ค่อนข้างเยอะเช่นกัน แต่เป็นดราม่าที่อยู่ในลักษณะพองาม เพราะทุกฉากที่มีอารมณ์ดราม่าจะมีสาระปะปนอยู่ด้วย ไม่ได้ถึงขั้น”น้ำเน่า” แต่เป็น “น้ำดี”

อีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ “ความเคารพภรรยา” ของยิปมัน ผมมองว่าดูเป็นอะไรที่น่ารักมากเลยนะ คือคนในชุมชนจะนับถือยิปมันในความเก่งกาจและอัธยาศัย แต่นับถือภรรยายิปมันด้วยความกลัว เหอๆๆ ไม่เชื่อไปดูในหนังได้ครับ ใครสั่งอะไรยิปมันไม่ได้ แต่ถ้าเมียสั่งปุ๊บ ยิปมันพร้อมจะทำให้ได้ทุกเวลา ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันดูตลกนะ แต่รู้สึกว่ามันน่ารักยังไงบอกไม่ถูก ชวนให้นึกถึงฉากที่ “จินซานโถว”(ฝานเสี้ยวหวง) นักสู้จากแดนใต้มาท้าประลองกับยิปมัน แต่ยิปมันไม่อยากสู้(เพราะเมียไม่ชอบ) เลยโดนจินซานโถวเหน็บแนมว่า “ข้าได้ยินมาว่าวิชาหมัดหย่งชุนเป็นวิชาของอิสตรี เหมาะกับท่านดีแล้วนี่ เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะท่านกลัวเมีย” แต่ยิปมันค้านด้วยคำคมที่บุรุษไม่โสดทั้งโลกต้องคารวะให้
“เปล่า ข้าไ่ม่ได้กลัวภรรยาของข้า แต่ข้าเคารพภรรยาของข้า”

ยิปมันนับเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นที่มีลีลาการดำเนินเรื่องได้ดีเรื่องหนึ่ง และเป็นแอ็คชั่นไม่กี่เรื่องที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ฉากแอ็คชั่นไม่รุนแรง เนื้อเรื่องแฝงแง่คิด และได้สาระในหลายด้าน(รวมไปถึงการเคารพภรรยาด้วย เหอๆๆ) ฉากแอ็คชั่นอยู่ในระดับ “ขั้นเทพ” พอจะอยู่ในตำนานได้สบายๆ สรุปคือ จะดูเอาดราม่าก็ได้ ดูเอาบู๊ก็แหล่ม สั้นๆง่ายๆได้ใจความกับยิปมัน “สุโค่ยยยย!!!”

คิวบู๊ 10/10 ระดับตำนานครับ
การดำเนินเรื่อง 10/10 ไม่ง่วงนะ
สาระและข้อคิด 10/10 Gladiatorเวอร์ชั่นจีน
เนื้อหาและบท 8/10 ดูขาดเหตุผลไปบางจุดนะ
เทคนิคการถ่ายทำ 10/10 แทบจะไม่ใช้ซีจีเลย แต่ทำให้โคตรมันส์ได้

คะแนนรวม 9.5/10

ฉากเด็ด
เป็นฉากที่มีคนพูดถึงกันมาก นั่นคือฉากที่ยิปมันสู้กับทหารญี่ปุ่นสายดำ 10 คน เป็นฉากที่มีทั้งกระบวนท่าคาราเต้ และหมัดหย่งชุนแลกเปลี่ยนกันอย่าง สุโ่ค่ยยยย!!! ถือเป็นฉากแอ็คชั่นระดับตำนานทีเดียว อยากรู้ว่าจะมันส์สะใจขนาดไหน วันนี้เอามาฝากให้ได้มันส์กัน เชิญรับชมกันได้เลยครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย Wikipedia

Directed by Wilson Yip
Produced by Raymond Wong
Written by Edmond Wong
Starring Donnie Yen
Simon Yam
Lynn Hung
Hiroyuki Ikeuchi
Gordon Lam Ka-tung
Fan Siu-wong
Music by Kenji Kawai
Cinematography O Sing-Pui
Editing by Cheung Ka-fai
Distributed by Mandarin Films (HK)
Cathay-Keris Films (SG)
Innoform Media (SG)
Well Go USA (US)
Release date(s) 10 December 2008
(Beijing premiere)
12 December 2008(CH)
18 December 2008 (SGMANZ)
19 December 2008(HK)
27 February 2009 (TAI)
21 May 2009 (THA)
2 October 2009 (UK)
Running time 108 minutes
Country Hong Kong
Language Cantonese
Mandarin
Japanese
Budget US$11,715,578[1]
Gross revenue US$21,888,598


 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s