Kung Fu Hustle (2005) : เมื่อหนังฮาขอคารวะหนังบู๊

Posted: มีนาคม 2, 2011 in Action/บู๊, บทวิจารณ์ภาพยนตร์(รวม), ภาพยนตร์จีน, Comedy/ตลก

null

Stephen Chow หรือที่เราๆชาวไทยรู้จักเขากันในนาม “โจวซิงฉือ” ถือเป็นดาราหนุ่มคนหนึ่ง(จริงๆก็เริ่มแก่แล้วแหละ)ที่มีความสามารถหลากหลายด้าน ไม่ว่าการเป็นนักแสดง(พระเอกเสียส่วนใหญ่) เขียนบท และเป็นผู้กำกับ แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือการเป็นดาวตลกที่โด่งดังที่สุดในเอเชีย หลังจากประสบความสำเร็จในบ้านเกิดตัวเองแล้ว เขาจึงลองชิมลางงานในระดับฮอลลีวู้ด กับ Kung Fu Hustle ด้วยทุนสร้างมหาศาล ผลก็คือมันกลายเป็นหนังกังฟูบู๊มันส์ฮา ที่อุดมด้วยลูกบ้าและอารมณ์หนังจีนอินเตอร์ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ส่งผลให้ Kung Fu Hustle กลายเป็นหนังที่นักวิจารณ์หลายท่านการันตีว่าเพอร์เฟคท์ที่สุดของโจวซิงฉือไปอย่างไร้ข้อกังขา

เรื่องนี้โจวซิงฉือควบตำแหน่งทั้งแสดงนำ เขียนบท และกำกับ โปรดักชั่นของเรื่องถือว่าอลังการพอสมควรทีเดียว ทั้งยังมีการใช้ CG อีกหลายต่อหลายฉาก จนดูสูสีกับหนัง 3D ทีเดียว และที่น่าสนใจที่สุดคืองานนี้ได้ใช้บริการของผู้กำกับคิวบู๊ระดับอินเตอร์อย่างหยวนวูปิงมาช่วยออกแบบและกำกับคิวบู๊ให้อีกด้วย อีกทั้งยังแสดงการคารวะต่อหนังกำลังภายในที่เขาชื่นชอบหลายๆเรื่อง โดยการสอดแทรก(พูดง่ายๆก็คือยำนั่นแหละ) ฉากคลาสสิคของหนังเหล่านั้นลงไปแบบไม่เกรงใจต้นฉบับ ทำให้ใครที่เป็นแฟนหนังกำลังภายในและหนังกังฟูอยู่แล้ว คงจะดูสนุกขึ้นไ่ม่น้อย ที่ฉากคลาสสิคหลายๆฉากได้นำมา”รีเมค”ในหนังเรื่องนี้

null

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อคนเล็กอย่าง อาซิง(โจวซิงฉือ) ดันทะลึ่งอยากใหญ่ให้คับฟ้า แบบไม่เจียมสารรูปตนเองว่าเป็นแค่นักเลงกระจอก เขาหมายมั่นที่จะเข้าเป็นสมาชิก แก๊งขวานซิ่ง ที่มี แซม(แดนนี่ ชาน) เป็นหัวหน้าแก๊ง พร้อมด้วย มือขวา (ถินจุ่ยเหวิน) จอมสาระแนไม่เข้าเรื่อง แต่เพราะวาสนาไม่ถึงที่จะได้เข้าแก๊ง ซิงเลยปลอมตัวเองเป็นคนของแก๊งซะเลย โดยมี เจ้ากระดูก(หลินจื๋อชง) ลูกน้องสุดซื่อบื้อเป็นแนวร่วม สองหนุ่มดันทะเล่อทะล่าเข้าไปยัง ตรอกเล้าหมู ซึ่งที่นี่นั้นแม้แต่ชาวแก๊งขวานซิ่งก็ไม่กล้าจะย่างกราย เพราะตรอกเล้าหมูนั้นอุดมไปด้วยยอดจอมยุทธ์จากทุกสารทิศที่ล้างมือจากยุทธภพมาอาศัย ไม่ว่าจะเป็น เฉียง(หยูซิง) จับกังหนุ่มผู้มี เพลงเตะวายุ เป็นวรยุทธ์ , แนนซี่ – เรียกตามชื่อที่ทีมพันธมิตรพากย์เพราะผมไม่ทราบเหมือนกันว่าในเรื่องชื่ออะไร(จ้าวจื้อหลิง) กะเทยวัยทองเจ้าของวิชา ฝ่ามือทรายเหล็ก , กุย(ตงจื้อหัว) พ่อค้าหมั่นโถวผู้ใช้วรยุทธ์ พลองแปดทิศ แม้แต่สองผัวเมียเจ้าของบ้านเช่าทุกหลังในตรอกเล้าหมูก็ยังเป็นจอมยุทธ์เช่นกัน ทั้ง สามี(หยวนหัว) ยอดฝีมือผู้ใช้วิชา ไท้เก็ก และ ภรรยา(หยวนเฉียว) เจ้าของวิชา ราชสีห์คำราม


แต่ซิงและกระดูกดันมาก่อเรื่องเข้าในตรอกเล้าหมูโดยหารู้ไม่ว่ากำลังเล่นกับไฟ ผลสุดท้ายจึงต้องโดนไล่กระทืบไปตามระเบียบ หนำซ้ำยังโดนแก๊งขวานซิ่งจับตัวไป โทษฐานที่ดันไปอ้างตัวว่าเป็นพวกมัน แต่ด้วยความขี้ประจบของซิงทำให้แซมให้โอกาสเขาและกระดูกได้เข้าแก๊งด้วย ทำให้สองหนุ่มกร่างกว่าเดิมเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะซิงที่โม้หนักว่าตัวเองเคยฝึกวิชา ฝ่ามือเทวดา ในวัยเด็ก โดยซื้อคัมภีร์วิชามาจาก ยาจกผู้หนึ่ง(หยวนจางเหยียน) และหมายมั่นที่จะใช้วิชาฝ่ามือเทวดาผดุงคุณธรรม งานแรกของเขาคือการช่วยเหลือ ฟ่ง เด็กหญิงใบ้ที่กำลังถูกจิ๊กโก๋รังแก ทว่ากลับไม่เป็นผล แถมยังโดนรุมกระทืบอีกต่างหาก ทำให้ซิงตระหนักว่าเป็นคนดีมันไม่คุ้ม เลยหันมาเป็นคนเลวซะเลย ซิงและกระดูกสานต่อความเลวของตนโดยการจี้ปล้นกันหน้าด้านๆ โชคชะตานำพาให้เขาได้พบกับ ฟ่ง(หวงเซิงอี้) สาวใบ้ที่เขาเคยช่วยเหลือในวัยเด็กที่ตอนนี้ยึดอาชีพขายไอติม แต่เพราะงานใหญ่สำคัญกว่า ซิงจึงจำต้องตัดใจ ทางด้านแซมเองก็ไม่อยู่เฉย เพื่อที่จะกำจัดกลุ่มจอมยุทธ์ในตรอกเล้าหมู แซมจึงได้ส่งยอดฝีมือเพื่อมาสังหารพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น คู่พิฆาตพิณเจ็ดสาย(เจี่ยหงไห่ และ ฟางฮักออน) และยอดฝีมืออันดับหนึ่งอย่าง เทพเมฆาอัคคี(บรูซ เหลียง) ผู้มีวิชา ปราณคางคก เป็นวรยุทธ์ แต่ด้วยสำนึกสุดท้าย ทำให้ซิงหันกลับมาขัดขวางพวกแก๊งขวานซิ่งเสียเอง ทำให้โดนเทพเมฆาทำร้ายจนอาการสาหัส แล้วอย่างนี้พ่อซิงของเราจะรับมือยังไงกันล่ะเนี่ย!!!

ตัวละครหลัก

null

ซิง(โจวซิงฉือ) นักเลงกระจอกผู้หมายมั่นจะเป็นสมาชิกแก๊งขวานซิ่ง เคยฝึกฝ่ามือเทวดาในวัยเด็กแต่ไม่ได้ผล กระทั่งโดนเทพเมฆาอัคคีทำร้าย…

null

ฟ่ง(หวงเซิงอี้) สาวใบ้ผู้มีอาชีพเร่ขายไอติม ที่ซิงเคยช่วยเหลือในวัยเด็กจากการถูกรังแก เจอกับซิงอีกครั้งเพราะซิงมาปล้นเธอ ซึ่งเธอก็ยินยอมให้ปล้น ทว่าสิ่งที่เธออยากให้เขาเอาไป หาใช่เงินไม่ แต่เป็นอมยิ้ม?

null

น้าแหลม – เรียกตามทีมพันธมิตร(หยวนหัว) เจ้าของบ้านเช่าในตรอกเล้าหมู ผู้ใช้วิทยายุทธ์ไท้เก๊กแห่งสำนักบู๊ตึ๊ง นิสัยขี้หลีทำให้โดนเมียกระทืบเป็นประจำ ถือคติที่ว่า “เหนือจอมยุทธ์ ยังมีมนุษย์เมีย”

 null

เจ๊ปากหมา – เรียกตามทีมพันธมิตร(หยวนเฉียว) ภรรยาของน้าแหลม ผู้มีอำนาจเหนือกว่าสามีในทุกๆด้าน ขี้บ่น ขี้งก เอาแต่ใจ มีวรยุทธ์คือวิชาราชสีห์คำราม ซึ่งเป็นวิชาของ ราชสีห์ขนทอง “เจี่ยซุ่น” ตัวละครเด่นตัวหนึ่งในนิยายเรื่อง ดาบมังกรหยก ของ กิมย้ง

null

เทพเมฆาอัคคี(บรูซ เหลียง) ยอดฝีมืออันดับหนึ่งที่ดันอยู่ในโรงพยาบาลบ้า แต่พอออกมาได้ก็ซ่าส์ใหญ่ เป็นนักฆ่าที่แซมส่งมากำจัดเหล่าจอมยุทธ์ในตรอกเล้าหมู โดยมีวิชา พลังคางคก เป็นวรยุทธ์

null

แซม(แดนนี่ ชาน) หัวหน้าแก๊งขวานซิ่ง ผู้โหดเหี้ยม (แต่ดันโง่) ส่งนักฆ่ายอดฝีมือทั่วราชอาณาจักรมาเพื่อกำจัดยอดยุทธ์ในตรอกเล้าหมู

null

เจ้ากระดูก(หลินจื๋อชง) ลูกน้องของซิง เป็นคนซื่อบื้อ ไม่เอาไหนซักอย่าง แต่จงรักภักดีกับเจ้านายแบบสุดๆ

โจวซิงฉือยังคงเป็นผู้กำกับหนังแอ็คชั่นคอเมดี้ที่ดีที่สุดอีกคนหนึ่ง น่าเสียดายที่เรื่องต่อๆมาเขาพยายามจะทำหนังในแนวที่ตนเองอยากทำอย่างแนวดราม่าใน CJ7 ทว่าคนทั่วๆไปยังคงติดภาพเขาในบทดาราตลกอยู่ ทำให้เรื่องนั้นไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด แต่ก็ใช่ว่าใน Kung Fu Hustle จะไม่มีสิ่งที่เขาอยากจะทำ สิ่งที่เขาสอดแทรกลงไปในเรื่องนี้คือการที่เขากำลังจะบอกว่า “ผมก็เป็นแฟนหนังกังฟูคนนึงนะ” อย่างที่ผมบอกไว้ข้างต้นแหละครับว่าใน Kung Fu Hustle ได้สอดแทรกฉากคลาสสิคต่างๆของหนังกังฟูและกำลังภายในดังๆหลายเรื่อง เพื่อเป็นการแสดงการคารวะ แต่ถ้าคิดในแง่ตลกมันก็คือการล้อเลียนดีๆนี่เอง ดังนั้นใครก็ตามที่เป็นแฟนหนังกังฟูและนิยายกำลังภายในที่ได้ชมเรื่องนี้แล้ว คงจะสนุกกว่าคนดูทั่วไปก็เป็นได้ เพราะจะได้เป็นการจับผิดไปในตัวว่า เฮ้ย มุกนี้มันอยู่ในหนังเรื่องนั้นนี่หว่า อ้าว ฉากนี้ก็อยู่ในหนังเรื่องโน้น แต่ไม่แน่ว่าอาจจะเครียดกว่าเดิมก็ได้ ก็เล่นเอานิยายอมตะมายำซะขนาดนั้น 555 ไหนจะวรยุทธ์ที่ขุดกันมาทั่วประวัติศาสตร์หนังกำลังภายใน รวมไปถึงวิชาที่คิดค้นขึ้นมาใหม่อย่าง วิชาเด็กแนว ที่หลายคนคงฮาแตกกันไปหลายตลบ ส่วนฉากที่ล้อเลียน เอ๊ย คารวะมาก็มีอยู่หลายฉากเหมือนกัน

ผมนับถือในความคิดสร้างสรรค์ของโจวซิงฉือนะที่รู้จักเอาอะไรต่อมิอะไรมาผสมผสาน(หรือยำก็ไม่รู้) แต่โชคดีที่มันเป็น Mix & Match คือลงตัวดี น่าเสียดายที่บทภาพยนตร์ค่อนข้างเบาหวิว บางคนอาจจะคิดว่า นี่มันหนังตลกนะ เอาอะไรมาก แต่ผมคิดว่าถ้าหนังตลกสักเรื่องนึงมันมีบทที่แข็งพอที่จะประคองเนื้อเรื่องทั้งเรื่องให้ดูมีลูกเล่นและลีลาได้ มันคงจะเจ๋งมากกว่าใช่มั้ยล่ะครับ แต่ก็โชคดีที่หนังเรื่องนี้อาศัยความเป็นหนังตลก ทำให้เราไม่ต้องอาศัยเหตุผลอะไรในการชมมากนัก ซึ่งหนังสไตล์โจวซิงฉือก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ดำเนินเรื่องง่ายๆ ไม่ซับซ้อน นึกอะไรได้ก็เอามาใส่ๆไป เน้นปล่อยมุกฮาเอาซะมากกว่า

null

และเพราะความเบาหวิวของบทนี่เองที่ทำให้ตัวละครที่น่าจะมีความสำคัญอย่าง ฟ่ง ที่เป็นนางเอกของเรื่อง กลายเป็นตัวละครที่ไม่ค่อยจะมีความสำคัญเท่าไหร่ ทั้งๆที่ปูมหลังของตัวละครตัวนี้นับว่าปูมาได้ดีเลยทีเดียว แต่กลับไม่ส่งผลต่อเนื้อเรื่องเท่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่บทก็น้อยอยู่แล้ว เพราะทั้งเรื่องปรากฏตัวออกมาแค่ 3 ซีน แถมยังรับบทเป็นคนใบ้ ทำให้ต้องแสดงออกทางสีหน้า ซึ่งหวงเซิงอี้(ของผม)ก็ไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ตรงนี้ได้ดีเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะในตอนนั้นเธอยังคงเป็นมือใหม่สำหรับการแสดง ไหนจะโดนดาราดังๆกลบรัศมีอีก ทำให้บทของฟ่งที่เป็นนางเอกแทบไม่มีผลอะไรต่อเนื้อเรื่องเลย เหมือนกับว่าเรื่องนี้มีนางเอกไว้เพียงเพราะตามธรรมเนียมว่ามีพระเอกก็ต้องมีนางเอกไว้เท่านั้น ทำให้นางเอกในเรื่องนี้กลายเป็นเพียงไม้ประดับไปอย่างน่าเสียดาย

จึงไม่ต้องแปลกใจหากบทบาทที่เด่นกว่าจะไปตกอยู่ในมือของพวกพ้องพลพรรคขาประจำของโจวซิงฉือที่มาร่วมแจมให้หนังของเขาหลายต่อหลายเรื่อง โดยเฉพาะจากเรื่อง Shaolin Soccer (นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่) ที่มากันหลายคนทีเดียว ทั้งแดนนี่ ชาน ดาราหนุ่มที่หน้าคล้ายบรู๊ซ ลียังกับแกะ ที่รับบทเป็น พี่สี่ ของโจวซิงฉือ หรือฉายา “ฝ่าืมือยมฑูต” ในนักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ก็มารับบทเป็น แซม หัวหน้าแก๊งขวานซิ่งในเรื่องนี้ รวมทั้งมือขวาของเขาที่รับบทโดย ถินจุ่ยเหวิน ก็เคยรับบทเป็น พี่สาม หรือ “ดิจิตอล” ในนักเตะฯมาก่อน และที่คนจำกันได้มากที่สุดเห็นจะไม่พ้น หลินจื๋อชง ที่รับบทเป็นเจ้ากระดูก ลูกน้องสุดบื้อของอาซิง ซึ่งคงจำกันได้กับบท น้องหก เจ้าของฉายา “พริ้วไหวเหนือสายน้ำ” ในนักเตะฯนั่นเอง ทำให้เมื่อทั้งสามคนเวลาต้องมาเข้าฉากกับโจวซิงฉือแล้ว สามารถเล่นรับส่งอารมณ์กันได้อย่างดี น่าเสียดายที่อดีตดาราเจ้าประจำอย่าง อู๋ม่งต๊ะ ไม่ได้มาร่วมงานด้วย เนื่องจากไม่ต้องการเป็นเพียง “ลูกไล่” ของโจวซิงฉือ และโอกาสที่เราจะได้เห็น อู๋ม่งต๊ะ กับโจวซิงฉือร่วมงานกัน คงจะเป็นไปได้ยากถึงยากมากเสียแล้ว

null

โจวซิงฉือไม่ลืมที่จะทิ้งลายตลกร้ายของตนด้วยการสอดแทรกแนวคิดเสียดสีสังคมเอาไว้ นอกเหนือจากการห้ำหั่นกันของแก๊งมาเฟีย ตัวละครซิงก็เหมือนกับบุคคลทั่วไปที่อยากจะเป็นคนดีกับเขาบ้าง แต่ทำดีแล้วไม่ได้ีดี ทำให้ถอดใจและประชดด้วยการไปทำชั่วเอาซะเลย แต่สุดท้ายเขาก็ได้รู้ว่า การทำชั่วไม่จำเป็นว่าต้องได้ดีเสมอไป ซ้ำ้ร้ายมันยังก่อให้เกิดผลร้ายต่อตัวเขาเองและผู้อื่นด้วย นับว่าคงจะพอเป็นสาระได้บ้างในเรื่อง ซึ่งก็ขอเตือนว่าอย่าดูเอาฮาอย่างเดียว ลองค่อยๆคิดตามเหตุผลของตัวละครไปเรื่อยๆ แล้วคุณอาจจะพบนัยยะที่ซ่อนอยู่ภายใต้การกระทำของตัวละครแต่ละตัวก็เป็นได้

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูสนุกก็เห็นจะไม่พ้นซีนบู๊ต่างๆ ที่ทำออกมาได้มันส์ หลุดโลก และแฝงวัฒนธรรมจีนได้อย่างดี ส่วนตัวแล้วผมชอบซีนบู๊ของอากุย พ่อค้าหมั่นโถวที่เปลี่ยนจากใช้พลองมาเป็นทวนเพื่อต่อสู้กับ คู่พิฆาตพิณเจ็ดสาย ซึ่งตงจื้อหัว ผู้รับบทเป็นอากุยได้แสดงฉากนี้ด้วยตนเอง และร่ายรำทวนได้สวยงามมาก ซึ่งคิวบู๊ในแต่ละซีนก็จะมีการใช้ CG หรือ Computer Graphic ช่วยเพิ่มความเว่อร์ให้ดูสนุกขึ้น และซีนบู๊ทุกซีนก็ดูดีพอที่จะให้เป็นที่จดจำแก่ผู้ชมได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งก็แน่นอน เพราะผู้ออกแบบและกำกับคิวบู๊ก็คือ หยวนวูปิง ปรมาจารย์ในด้านนี้นั่นเอง

null

แม้ Kung Fu Hustle จะได้ชื่อว่าเป็นหนังที่เพอร์เฟคท์ที่สุดของโจวซิงฉือ แต่นั่นก็เป็นแค่การมองทางภาพรวม ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ปะปนกันไป และมันก็เป็นหนังที่ดูสนุกมากอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้ถ้าพูดในแง่ของความเป็นศิลปะแบบ “จีนแท้ๆ” แล้วส่วนตัวผมให้คะแนนมากกว่า Crouching Tiger , Hidden Dragon และ Hero ด้วยซ้ำ เพราะสองเรื่องนั้นเล่่นกับความเป็น “อินเตอร์” มากเกินไป แม้จะอาศัยงานด้านภาพที่สวยงาม สมูธ และดูปราณีต แต่มันก็ดูเป็นแฟนตาซีมากกว่ากำลังภายในเสียมากกว่า สำหรับ Kung Fu Hustle ก็เป็นหนังที่สามารถขายได้ทั้งในจีนเอง ในด้านของการแสดงถึงความเป็นแฟนหนังกังฟูของโจวซิงฉือ และตีตลาดอินเตอร์ได้ ในเรื่องของลูกบ้าและมุกฮาต่างๆที่ขนกันมาประเคนอย่างมากมาย อย่างไรก็ตาม Kung Fu Hustle ก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ถึงตัวของโจวซิงฉือเอง ในฐานะที่ขึ้นแท่นมากำกับหนังกำลังภายในแบบเต็มตัวจริงๆ และที่น่าภูมิใจก็คือ มันเป็นหนังกำลังภายในที่ดาราตลกอย่างโจวซิงฉือ ทำได้ดีกว่าผู้กำกับหนังบู๊อีกหลายๆคนมากนัก

null


คะแนน 8/10

ฉากเด็ด

ฉากที่อาซิงท้าทายคนในตรอกเล้าหมูมาสู้ โดยหารู้ไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นยอดฝีมือ งานนี้ทำเอาหนุ่มซิงถึงกับ “เลือดไหลเป็นโลหิต” ทีเดียว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย  Wikipedia

Kung Fu HustleDirected byProduced byWritten byStarringMusic byCinematographyEditing byStudioDistributed byRelease date(s)Running timeCountryLanguageBudgetGross revenue

Stephen Chow
  • Stephen Chow
    Chui Po-chu
    Jeffrey Lau
    Executive and associates:
    Bill Borden
    Wellson Chin
    Rita Fung
    David Hung
    Wang Zhonglei
    Zhao Haicheng
Stephen Chow
Huo Xin
Chan Man-keung
Tsang Kan-cheung
Stephen Chow
Yuen Wah
Yuen Qiu
Danny Chan Kwok Kwan
Bruce Leung
Stephen Chow
Raymond Wong
Hang Yi
Xian Luo Zong
Poon Hang-sang
Angie Lam
Columbia Pictures Film Production Asia Limited
Star Overseas
Beijing Film Studio
China Film Group
Huayi Brothers
Columbia Pictures
USA:
Sony Pictures Classics
September 14, 2004(TIFF)
December 23, 2004
95 minutes
China
Hong Kong
Cantonese
Mandarin
$20 million[1]
$100,914,445[1

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s