The Eight Diagram Pole Fighter (1983) : ขุนศึกตระกูลหยางเวอร์ชั่นที่มันส์ที่สุด

Posted: เมษายน 27, 2011 in Action/บู๊, บทวิจารณ์ภาพยนตร์(รวม), ภาพยนตร์จีน

null

หากมีการจัดอันดับสุดยอดหนังกังฟูคลาสสิค เชื่อว่า The Eight Diagram Pole Fighter หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Invincible Pole Fighter หรือในชื่อภาษาไทยคือ จอมยุทธกระบองกล ต้องปรากฏรายชื่ออยู่ในการจัดอันดับอย่างแน่นอน นี่เป็นหนึ่งในหนังกังฟูดราม่าที่นอกจากจะมีฉากต่อสู้อันดุเดือดเร้าใจแล้ว หนังยังแฝงแง่ิคิดและคติธรรมอีกหลายอย่าง รวมถึงความครีเอทในการดีไซน์ฉากบู๊ให้เป็นไปตรงตามบุคลิกลักษณะของตัวละครอีกด้วย จึงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่า ความ “คลาสสิค” หาใช่ความสนุกเร้าใจอย่างเดียว หากแต่ยังหมายถึงคุณค่าและสาระที่ผู้ชมจะได้รับอีกด้วย ทำให้ The Eight Diagram Pole Fighter กลายเป็นหนังที่น่าจดจำที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์หนังกังฟู เป็นหนังที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในยุคสุดท้ายของ ชอว์บราเดอร์ส และกลายเป็นหนังอีกเรื่องที่ได้รับเสียงชื่นชมใกล้เคียงกับ The 36th Chambers of Shaolin (ยอดมนุษย์ยุทธจักร) งานมาสเตอร์พีซของผู้กำกับ หลิวเจียเหลียง

เดิมทีผู้ที่รับบทเป็นตัวเอกใน The Eight Diagram Pole Fighter มีอยู่ 2 ท่าน ได้แก่ หลิวเจียฮุย หรือ กอร์ดอน หลิว น้องชายของผู้กำกับหลิวเจียเหลียง ส่วนอีกคนหนึ่งคือ ฟู่เซิง ซุปตาร์ผู้น่ารักของ ชอว์บราเดอร์ส แต่น่าเสียดายที่ฟู่เซิงเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียก่อนขณะที่หนังถ่ายทำไปได้แค่ครึ่งเรื่อง ทำให้ต้องให้ดาราสาว ฮุ่ยอิงหง มารับบทดำเนินเรื่องต่อไปแทน โชคยังดีที่การถ่ายทำในส่วนของฟู่เซิงก่อนจะเสียชีวิตนั้นมีเหตุผลมากพอที่จะทำให้ไม่ต้องปรากฏตัวในเรื่องต่อไปได้ ทำให้เนื้อเรื่องดำเนินต่อไปได้โดยไม่ติดขัดใดๆ และไหลลื่นตั้งแต่ต้นจนจบ

null

The Eight Diagram Pole Fighter เป็นหนังที่อ้างอิงจากตัวละครในเรื่อง ขุนศึกตระกูลหยาง มาเป็นแกนหลักของเรื่อง โดยเนื้อเรื่องเริ่มต้นในช่วงที่บรรดาวีรบุรุษทั้งแปดแห่งตระกูลหยาง อันได้แก่ ขุนพลหยางและบุตรชายทั้งเจ็ดออกรบกับข้าศึกที่หาดทรายทอง ซึ่งล้วนแต่เป็นทหารของ เยลู่ฉิน(หวังหลงเหว่ย) อ๋องต้ากิมที่คิดยึดครองจงหยวน แต่เพราะความจงรักภักดีของพวกเขาที่มีต่อราชสำนักมากเกินไป จึงหารู้ไม่ว่า พันเหม่ย ข้าราชการอีกคนได้ร่วมมือกับเยลู่ฉิน สังหารวีรบุรุษตระกูลหยางทั้งหมด เหลือรอดเพียง หยางลิ่วหลาง(ฟู่เซิง) บุตรชายคนที่หกซึ่งเสียใจที่บิดาและพี่น้องทั้งหมดถูกหักหลังจนโดนสังหารหมดสิ้น ทำให้เกิดอาการฟั่นเฟือน และคลุ้มคลั่งทุกครั้งที่ได้ยินชื่อของ พันเหม่ย ส่วนพี่น้องที่เหลือก็ล้วนต้องสังเวยชีวิตไปจนหมดสิ้น มีเพียง หยางอู่หลาง(หลิวเจียฮุย) บุตรชายคนที่ห้าซึ่งหายสาบสูญไปโดยไม่รู้ชะตากรรม

แท้จริงแล้วหยางอู่หลางยังไม่ตาย เขาได้หลบหนีขึ้นไปจนถึง เขาอู่ไถ อันเป็นที่ตั้งของ วัดซินเหลียน เขาตั้งใจที่จะอาศัยร่มเงาแห่งพุทธศาสนาเพื่อชำระล้างจิตใจ และฝึกวิชา “กระบองเขี้ยวหมาป่า” ร่วมกับเหล่าหลวงจีนเพื่อฝึกปรือฝีมือแล้วลงเขาไปแก้แค้นในภายภาคหน้า ทางด้านตระกูลหยางที่เหลืออยู่ก็ทราบข่าวว่า หยางอู่หลางยังไม่ตาย และอยู่ที่วัดซินเหลียน ก็ดีใจเป็นอย่างมาก หยางปาเหม่ย(ฮุ่ยอิงหง) บุตรีคนที่แปด ได้อาสาไปตามหาพี่ชายที่วัดซินเหลียน แต่กลับพลาดท่าโดนพวกต้ากิมจับตัวไปได้ เมื่อเรื่องไปถึงหยางอู่หลาง เขาจึงตัดสินใจลงเขา เพื่อช่วยเหลือน้องสาวและแก้แค้นให้บิดากับพี่น้องทั้งหมดที่สังเวยชีวิตไป ทว่าปัญหาอยู่ที่จิตใจของหยางอู่หลางเอง ที่ยังไม่มีพระสถิตอยู่มากพอ ทำให้หยางอู่หลางต้องเผชิญหน้ากับเหล่าศัตรู และความไม่สงบในใจของเขาเองด้วย

ตัวละครหลัก
null

หยางอู่หลาง(หลิวเจียฮุย) บุตรชายคนที่ห้าของตระกูลหยาง รอดตายจากศึกที่หาดทรายทอง ไปบวชอยู่ที่วัดซินเหลียน เป็นคนมีฝีมือ แต่ใจร้อน วู่วาม และโหดเหี้ยม ทำให้เข้ากับหลวงจีนที่วัดไม่ได้ ต่อมาไ้ด้ฝึกกระบองเขี้ยวหมาป่า ทำให้นิสัยเริ่มสงบขึ้น

หยางลิ่วหลาง(ฟู่เซิง) บุตรชายคนที่หกของตระกูลหยาง มีอาการฟั่นเฟือนและคลุ้มคลั่ง เนื่องจากเสียใจที่พ่อและพี่น้องถูกสังหาร คลั่งแค้นพันเหม่ยเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อพันเหม่ยต้องออกอาละวาด จนหยางฮูหยินผู้เป็นมารดาต้องคอยเกลี้ยกล่อม

null

หยางปาเหม่ย (ฮุ่ยอิงหง) บุตรสาวคนที่แปดแห่งตระกูลหยาง มีความสุขุม ภายหลังออกตามหาหยางอู่หลางผู้เป็นพี่ชาย

หลังจากที่ทำหนังแนวกังฟูคอเมดี้มาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง หลิวเจียเหลียงจึงลองเปลี่ยนทิศทางมาทำหนังกังฟูดราม่าที่สอดแทรกสาระและความเข้มข้นของเนื้อเรื่องดูบ้าง และแนวทางใหม่ที่เขานำเสนอใน The Eight Diagram Pole Fighter ก็ได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันเมื่อลองสังเกตดูก็พบว่างานชิ้นนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับงานของผู้กำกับมือทองของชอว์บราเดอร์สอย่าง จางเชอะ อยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอคุณธรรมน้ำมิตรของบุรุษเพศ และความกล้าหาญชาญชัยของเหล่าวีรบุรุษอันเป็นสิ่งที่ชายชาตรีควรกระทำ และแม้กระทั่งคิวบู๊ที่มีความรุนแรงถึงขนาดเลือดสาดเป็นน้ำพุ ทว่าหลิวเจียเหลียงกลับให้รายละเอียดที่ลึกกว่านั้น โดยการนำเอาคำสอนทางพุทธศาสนามาสอดแทรก โดยจะเห็นได้ชัดในตอนที่หลิวเจียฮุย ที่รับบทเป็นหยางอู่หลางมาขอบวช ทว่าเจ้าอาวาสไม่ยอมบวชให้ เนื่องจากเห็นว่าหยางอู่หลางยังมีกิเลสและโทสะหลงเหลืออยู่ ไม่อาจตัดขาดไปได้

อีกจุดหนึ่งคือฉากที่หยางอู่หลางที่บวชแล้วได้ไปฝึกกระบองเขี้ยวหมาป่ากับหลวงจีนรูปอื่น โดยฝึกกับหมาป่ากลที่สร้างจากไม้ โดยหยางอู่หลางได้ทำลายหมาป่าไม้จนพังพินาศ ต่างจากหลวงจีนรูปอื่นที่เพียงฟาดจุดสำคัญของหมาป่าไม้เท่านั้น ทำให้หยางอู่หลางโดนปรามาสในเรื่องของความโหดเหี้ยมในการลงมือ ซึ่งดูไม่เหมาะกับวิชาที่หลวงจีนฝึกเท่าไรนัก เนื่องจากยังไม่มี “เมตตา” เป็นพื้นฐานมากพอ จากที่กล่าวไว้ข้างต้นนั่นแหละครับว่า The Eight Diagram Pole Fighter เป็นหนังของหลิวเจียเหลียงที่เน้นดราม่าและสาระเป็นหลัก ลองไปเทียบกับงานก่อนหน้านี้อย่าง Cat VS Rat (ฤทธิ์คู่แค้น) ดูได้ เรื่องนั้นทั้งบ้องตื้นและไร้สาระสิ้นดีเมื่อเทียบกับเรื่องนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงโลโก้ของหลิวเจียเหลียงนั่นก็คือ คิวบู๊ที่ซับซ้อนและผ่านการดีไซน์มาแล้วอย่างสร้างสรรค์นั่นเอง และเพื่อการันตีว่านี่ยังเป็นหนังของหลิวเีจียเหลียง เจ้าตัวจึงโดดมาร่วมแจมในหนังด้วยฉากหนึ่ง นั่นคือชาวบ้านที่เป็นอดีตทหารของพันเหม่่ย ซึ่งเกษียณตนเองเพราะทนไม่ได้ที่ต้องรับใช้กังฉิน และท้ายที่สุดนายทหารผู้นี้ก็ได้สละชีวิตเพื่อช่วยให้หยางอู่หลางหนีรอดจากเหล่าคนชั่วไปได้

null

นอกจากคิวบู๊แล้ว คาแร็คเตอร์ดีไซน์ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังดูมีพลังมากขึ้น การสร้างนิสัยและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปในตัวละครแต่ละตัวก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ดูหนังได้สนุกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวของฟู่เซิงที่รับบทเป็น หยางลิ่วหลาง บุตรชายคนที่หกที่มีอาการคลุ้มคลั่งเพราะรับไม่ได้ที่พี่ชายและบิดาของตนถูกหักหลัง แม้ฟู่เซิงจะได้บทเป็นคนบ้า ซึ่งดูค่อนข้างตรงกับแนวถนัดของเขา ซึ่งส่วนใหญ่มักจะได้แต่บทหนุ่มน้อยเฮฮาบ้าบอเสียส่วนใหญ่ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ความบ้าของหยางลิ่วหลางกลับไม่ได้เป็นที่น่าขบขันเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังชวนสลดใจ เนื่องจากความบ้าของหยางลิ่วหลางมีต้นกำเนิดมาจาก ความเจ็บปวดอันน่าเศร้าที่ำทำให้ใจของหยางลิ่วหลางทุกข์ทรมานและไม่เป็นสุข ต้องอาละวาดทุกครั้งที่ได้ยินชื่อศัตรูที่ฆ่าพี่น้องและบิดาของตน

ส่วน หลี่ลี่ลี ที่รับบทเป็น หยางฮูหยิน ภรรยาของขุนพลหยาง และมารดาของบุตรตระกูลหยางทั้งหมดนั้นก็เป็นสตรีที่เด็ดเดี่ยว กล้าพูด ความเด็ดขาดของนางไม่ได้เสื่อมลงไปตามวัยเลย และที่ดูชัดเจนที่สุด ก็คือตัวของหยางอู่หลางเอง ที่มีการพัฒนาบทไปอย่างไม่หยุดหย่อน และสามารถหาช่องทางกระตุ้นอารมณ์ของหยางอู่หลางให้แปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ได้อย่างชาญฉลาดและเหมาะเจาะ ตั้งแต่เป็นขุนศึก จนสงบจิตใจมาครองสมณเพศ ทว่าก็ต้องมีเหตุให้ต้องกลับมารบราฆ่าฟันอีกครั้ง ซึ่งการพัฒนาของบทของ หยางอู่หลางนี้ ได้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและลื่นไหล

null

ในเรื่อง หยางอู่หลางคือตัวละครที่โดนสังคมปฏิเสธทั้งทางโลกและทางธรรม ในทางโลกเขาคือยอดขุนพลผู้ถูกใส่้ร้ายว่าเป็นทหารหนีทัพและกบฏ ต้องถูกตามล่าทั้งจากคนชาติเดียวกันและคนต่างชาติ ส่วนในทางธรรมเขาคือหลวงจีนผู้เต็มไปด้วยโทสะุ ความเกรี้ยวกราดและโหดเหี้ยม จนหลวงจีนรอบข้างไม่อาจทำใจให้เชื่อได้ว่าหยางอู่หลางจะละทิ้งกิเลสมาเป็นหลวงจีนผู้สำรวมอาการและสงบนิ่งได้ ท้ายที่สุดหยางอู่หลางจึงตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตเป็นหลวงจีนในแบบของเขาเอง แม้จะดูแปลกประหลาดกว่าหลวงจีนรูปอื่นๆ แต่เขาก็มีเหตุผลในการใช้ชีวิตของเขา สะท้อนให้เห็นถึงการที่เราไม่ควรยึดติดกับระเบียบแบบแผนมากเกินไป แต่เน้นยึดถือที่อุดมการณ์และความตั้งใจของเราว่า มีประโยชน์กับตัวเราและส่วนรวมมากน้อยเพียงใด

หลิวเจียฮุยถ่ายทอดคาแรคเตอร์ของหยางอู่หลางได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าโกรธ เศร้าโศก และการระเบิดอารมณ์ที่ทำให้เราได้ร่วมลุ้นไปด้วย กับฟู่เซิงยิ่งไม่ต้องพูดถึง ในบทชายหนุ่มผู้คลุ้มคลั่ง ที่ไม่ได้มีกลิ่นอายขบขันแต่ชวนน่าเวทนามากกว่า น่าเสียดายที่ฟู่เซิงต้องเสียชีวิตลงในขณะที่ยังถ่ายทำไม่เสร็จ จึงต้องเปลี่ยนให้ฮุ่ยอิงหง ผู้รับบทเป็นหยางปาเหม่ย บุตรีคนที่แปดมาดำเนินเรื่องในเนื้อเรื่องซับพล็อตแทน ซึ่งในจุดที่ถ่ายทำไว้ก่อนหน้าที่ฟู่เซิงจะเสียชีวิตก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะให้ฮุ่ยอิงหงมาดำเนินเรื่องแทน เนื่องจากบทน้องชายผู้คลุ้มคลั่งคงไม่อาจตามหาพี่ชายภายในเวลาอันรวดเร็วให้เจออย่างแน่นอน อีกทั้ง หยางจิ่วเหม่ย(หยางชิงชิง) ผู้เป็นน้องคนที่เก้า ก็มีนิสัยที่ใจร้อนและวู่วามเกินไป คงทำให้ไม่เป็นผลดีนัก ส่วนหยางฮูหยินผู้เป็นมารดาก็ชรามากแล้ว  หยางปาเหม่ยจึงเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุด ในการออกตามหาหยางอู่หลางกลับมา

null

พูดถึงฮุ่ยอิงหงแล้ว สำหรับคอหนังชอว์บราเดอร์สคงจะไม่ต้องสาธยายอะไรมาก ว่าท่วงท่าบู๊ของเธอนั้นอยู่ในระดับไหน ในช่วงปลายยุค 1960 ชอว์บราเดอรส์ถือกำเนิดนางเอกนักบู๊ขึ้นมาคนหนึ่ง จากหนังเรื่อง Come Drink With Me (หงส์ทองคะนองศึก) ชื่อของเธอคือ เจิ้งเพ่ยเพ่ย ที่ยังกลายมาเป็นดาวค้างฟ้าจนปัจจุบัน แต่เมื่อชอว์บราเดอร์สได้ผู้กำกับมือทองนามว่า จางเชอะ ซึ่งมีวิถีทางการทำหนังที่เน้นแต่ผู้ชายเป็นหลักเข้ามา บรรดานางเอกนักบู๊ก็ค่อยๆหายไปจากจอเงิน กระทั่ง 10 ปีผ่านไป ภายหลังจากการปรากฏตัวของเจิ้งเพ่ยเพ่ย ในปลายยุค 1970 หลิวเจียเหลียงก็ปั้นนางเอกนักบู๊คนใหม่ขึ้นมา ซึ่งลีลาบู๊ของเธอไม่ได้ด้อยไปกว่าเจิ้งเพ่ยเพ่ยเลย ชื่อของเธอก็คือ คาร่า ฮุย หรือฮุ่ยอิงหงนั่นเอง ในเรื่องนี้คุณจะไ้ด้เห็นซีนบู๊ีของเธอในช่วงท้ายๆของเรื่อง ตั้งแต่ตอนที่หยางปาเหม่ยปลอมตัวเป็นชายไปตามหาหยางอู่หลางผู้เป็นพี่ แต่เกิดเข้าใจผิดกับทหารลูกทัพที่มาประกอบอาชีพเป็นเสี่ยวเอ้อ ทำให้เกิดการต่อสู้กันขึ้น อีกช่วงคือตอนไคลแมกซ์ที่เธอต้องร่วมมือกับหยางอู่หลางเพื่อปราบเหล่าคนชั่วให้หมดไป มันเป็นซีนบู๊ที่่สะเทือนใจและสะใจในคราวเดียวกัน

ไม่เพียงแต่คิวบู๊ในเรื่องที่สร้างความเร้าใจและบีบคั้นอารมณ์ได้อย่างถึงพริกถึงขิงเท่านั้น ทว่าการออกแบบอาวุธและยุทโธปกรณ์ต่างๆในเรื่อง ก็ถือได้ว่าครีเอทไม่ใช่ย่อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะหมาป่าไม้ที่ใช้เป็นที่ฝึกยุทธของเหล่าหลวงจีนเพื่อรับมือกับเหล่าหมาป่าที่มาสร้างความเดือดร้อนในบริเวณเขาอู่ไถ ดูเผินๆแล้วมันก็เป็นแค่หุ่นไม้ทื่อๆธรรมดา แต่เมื่ออยู่ในมือของ เจ้าอาวาส(เกาเฟย)แล้ว หมาป่าไม้ก็กลายเป็นอาวุธอันน่าสะพรึงกลัวไปในทันที ทั้งการออกแบบตัวหมาป่าไม้ให้เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว โดยใส่่ข้อพับและข้อต่อของหมาป่าเข้าไป บวกกับการบังคับตัวหมาป่าด้วยท่วงท่าอันว่องไว ทำให้หมาป่าไม้่ในวัดซินเหลียน มีความน่ากลัวไม่แพ้หมาป่าจริงๆ และกลายเป็นอุปกรณ์ที่มีเอกลักษณ์และสามารถสร้างความโดดเด่นที่สุดในเรื่องไปโดยปริยาย

null

อีกหนึ่งยุทโธปกรณ์ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมไม่น้อย เห็นจะเป็นอาวุธที่ผมขอตั้งชื่อให้มันว่า “รถถังไม้ไผ่” ของหยางอู่หลางในตอนท้ายเรื่อง ที่ทำง่ายๆโดยการเอากระบองหลายสิบอันมาสุมไว้บนรถเข็น จากนั้นใช้พลังฝ่ามือผลักไม้ไผ่ออกไปพุ่งทะลุร่างศัตรู เชื่อว่าฉากที่หยางอู่หลางผลักไม้ไผ่ให้พุ่งทะลุร่างของสมุนมือขวาของเยลู่ฉินทีเดียวสองคน นับเป็นภาพที่สะใจคอหนังกังฟูโดยแท้ นี่ยังไม่รวมฉากบู๊แบบฮาร์ดคอร์ที่ประเคนเข้ามากันแบบให้ตายกันไปข้าง อันเป็นงานที่หาไม่ได้ง่ายๆนักในหนังของหลิวเจียเหลียง แต่มันได้อารมณ์ไปแบบหนังจางเชอะเลยทีเดียว โดยเฉพาะวิชากระบองเขี้ยวหมาป่าอันลือลั่น ที่มีเจตนาสั่งสอนหมาป่า แต่ไม่เ้น้นเข่นฆ่า โดยการเลาะฟันหมาป่าออก ซึ่งเหล่าหลวงจีนได้นำมาประยุกต์ใช้กับเหล่าสมุนของเยลู่ฉิน ที่การกระทำของพวกมันก็ไม่ต่างอะไรจากหมาป่านัก ฉากที่หลวงจีนวัดซินเหลียนช่วยกันเลาะฟันเหล่าทหารของเยลู่ฉินก็เป็นอีกฉากหนึ่งที่แสดงถึงคิวบู๊อันครีเอทและสะใจในเวลาเดียวกัน

ในฐานะหนังกังฟูแล้ว The Eight Diagram Pole Fighter ทำหน้าที่ของมันได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยคิวบู๊อันดุเดือด เร้าใจ และสะใจคอหนังกังฟู ขณะเดียวกันหนังก็ยังสอดแทรกสาระและคติธรรมในพุทธศาสนาได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงวิถีชีวิตในการครองตน หากต้องเลือกระหว่างกฎเกณฑ์และอุดมการณ์ ทั้งความเป็นดราม่าในหนัง ก็เชื่อว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ชมพอสมควร ทำให้ The Eight Diagram Pole Fighter เป็นหนังที่ควรค่าแก่คอหนังกังฟู และคอหนังดราม่าอย่างยิ่งยวด และเหมาะสมกับการขึ้นแท่นเป็นหนังคลาสสิคกังฟูที่ดีที่สุดในโลกเรื่องหนึ่งได้อย่างไม่ยากเย็น

null

คะแนนที่ได้  10/10

null

ฉากเด็ด

ฉากที่ หยางอู่หลาง(หลิวเจียฮุย) ทำการบวชด้วยตนเอง เนื่องจากเจ้าอาวาสไม่ยอมบวชให้ เพราะเห็นว่ายังคงมีกิเลสอยู่ ในฉากนี้หยางอู่หลางได้ทำการโกนผมตนเอง จนเต็มไปด้วยบาดแผลจากการโกนบนศีรษะ อีกทั้งยังนำธูปมาจี้ใส่ศีรษะตนเองเพื่อแสดงการเป็นสัญลักษณ์ของหลวงจีนอีกด้วย ฉากนี้ได้ทั้งอารมณ์สะเืทือนใจ และแสดงถึงตัวตนของหยางอู่หลางอย่างเห็นได้ชัด ที่หลายคนอาจต้องหลั่งน้ำตาให้เลยทีเดียว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย Wikipedia

Directed by Lau Kar-leung
Produced by Mona Fong
Run Me Shaw
Run Run Shaw
Written by Lau Kar-leung
Kuang Ni
Starring Alexander Fu Sheng
Gordon Liu
Lau Kar-leung
Wang Lung Wei
Music by Stephen Shing
Distributed by Shaw Brothers Studio
Release date(s) 1983
Running time 98 minutes
Country Hong Kong
Language Cantonese

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s