Sex and Zen 3D : Extreme Ecstasy (2011) : ดู “เอา” มันส์อย่างเดียวก็พอ

Posted: สิงหาคม 3, 2011 in บทวิจารณ์ภาพยนตร์(รวม), ภาพยนตร์จีน, Erotic/อีโรติค, Fantasy/เหนือธรรมชาติ

null

หลังจากย้ายจากบล็อกเก่าที่เต็มไปด้วยหนังจีนแล้ว ก็กะว่าตัวเองจะหยุดรีวิวหนังจีนไปซักพักนึง แล้วมาเติมส่วนของหนังประเทศอื่นๆบ้าง แต่พอเห็นหนังเรื่องนี้ปุ๊บ ต่อมความอยาก(รีวิว) มันก็เริ่มทำงาน พอๆกับต่อมความอยากดู (เหอะๆๆ) ในฐานะที่ติดตามหนังเรื่องนี้มาทุกภาค (อะจ๊าก รู้กันหมดเลยว่าเราหื่น) แต่เคยดูมาจริงๆนะ ตั้งแต่เป็นเวอร์ชั่นเก่าเมื่อปี 1991 นู่น เพราะผมได้ยินมาว่านี่คือหนังรีเมคของหนังเรทอาร์ในตำนานฮ่องกง หรือถ้าจะเรียกตามแบบผู้เชี่ยวชาญก็คือ หนังเกรดสามของฮ่องกง หลังจากที่บรรดาหนังเกรดสามต่างถูกทอดทิ้งกันจนน่าใจหายในระยะสิบปีที่ผ่านมา ไม่หวือหวาฟู่ฟ่าเหมือนเมื่อยุค 90 ซึ่งในตอนนั้น Sex and Zen ภาคแรกก็ถือได้ว่าเป็นหนังเกรดสามที่ดังสุดๆเรื่องหนึ่งในยุคนั้น พอรู้ว่ามีการรีเมคกันใน พ.ศ. นี้ ผมก็เลยต้องไปหาภาคเก่าๆมาดูเพื่อเปรียบเทียบกันว่าระหว่างของเก่ากับของใหม่อย่างไหนดีกว่ากัน (ข้ออ้างชัดๆ มึงอยากดูนมตะหาก) ซึ่งก็อาจจะแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน แต่ในฐานะที่ผมเคยดูภาคเก่าๆมาก่อน ก็ขออนุญาตว่ากันไปตามความเห็นของผมก็แล้วกันนะครับ

ถึงจะประกาศตัวว่าเป็นหนังอีโรติค 3D เรื่องแรกของโลก แต่ก็คงเป็นได้แค่ในแง่โปรดัคชั่นเท่านั้น เพราะถึงแม้ว่าจะถ่ายทำก่อนก็จริง แต่ก็โดนหนังเรท R จากเกาหลีเรื่อง Natalie ที่ทำเป็น 3D เหมือนกัน แต่ถ่ายเสร็จก่อน ชิงฉายไปอย่างหน้าตาเฉย (กรุณาอย่าถามว่าทำไมผมถึงรู้ หึๆๆ) แต่ก็นั่นแหละ ยังไงซะ Sex and Zen 3D : Extreme Ecstasy ก็ยังมีความเป็น 3D มากกว่า Natalie เพราะถ่ายทำโดยใช้กล้อง 3D ไปแทบตลอดเรื่อง (อย่าถามอีกว่าทำไมผมถึงรู้ความต่างของสองเรื่องนี้) สำหรับในภาคนี้ ก็ได้มีการใช้บริการนักแสดงจากฝั่งญี่ปุ่นที่มีความถนัดในด้านอีโรติคโดยเฉพาะ ซึ่งเราๆท่านๆบรรดาคุณผู้ชายทั้งหลายแหล่ จะให้เกียรติเรียกพวกเธอว่า นางเอก AV ซึ่งงานนี้ก็ได้มาแจมกัน 2 คน และได้พระเอกเป็นคนญี่ปุ่นอีกด้วย อาจเป็นเพราะในประเทศจีนคงไม่มีดาราคนไหนกล้าพอที่จะรับบทที่มีความหวือหวาประมาณนี้ สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะกลัวโดนแบนเหมือน ทังเหวย นางเอกสาวที่เคยรับบทบาทในหนังที่มีฉากแบบนี้มาแล้วจากเรื่อง Lust Caution จนแทบหมดอนาคตไปเลย

null

ในสมัยราชวงศ์หมิง มีบัณฑิตหนุ่มผู้หนึ่งนามว่า เว่ยหยางเซิง(ฮิโระ ฮายามะ) นักศึกษาลัทธิเซน ที่หลงรักในตัวของ เถียยู่เซียง (หลันเหยียน) จนขอแต่งงานทันทีที่แรกพบกัน เถียยู่เซียงเองก็ต้องใจในตัวของเว่ยหยางเซิงเช่นกัน ทำให้ คุณชายหลิน(จัสติน จาง) เพื่อนสนิทของเว่ยหยางเซิงที่หมายปองเถียยู่เซียงแอบเก็บความไม่พอใจเอาไว้ลึกๆ ภายหลังจากงานแต่งงานของเว่ยหยางเซิงและเถียยู่เซียง สองสามีภรรยาก็กระทำกิจกรรมประสาข้าวใหม่ปลามัน ด้วยการบะบะโอ๊บะบะกันแทบจะทุกวันคืนเลยก็ว่าได้ กระทั่งวันหนึ่งเว่ยหยางเซิงได้คิดจะหาหลักฐานเอาผิด คุณชายหนิง(โทนี่ โฮ) ขุนนางหนุ่มผู้มีรโหฐานอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ซ่องสุมกำลังพลเพื่อก่อการกบฏ เว่ยหยางเซิงได้ให้คุณชายหลินพาเขาไปทำความรู้จักกับคุณชายหนิง และเขาก็ได้พบว่าที่ถ้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยนางบำเรอนับร้อยที่พร้อมจะปรนเปรอให้เขา ทั้งยังได้พบเจอกับ เฉินก้วนซาน(เจสัน เหยา) เพื่อนของคุณชายหลิน คุณชายหนิงได้แนะนำให้เขารู้จักกับ ตงเหม่ย(ยูกิโกะ ซูโอะ) และ หรุยจู(ซาโอริ ฮาระ) สองสุดยอดนางบำเรอระดับเทพ และจอมปีศาจราคะ(เหลยไห่เหยียน) สุดยอดกูรูด้านเพศที่ร่างเป็นหญิงแต่วิญญาณเป็นชาย ทำให้เว่ยหยางเซิงต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่จนไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องในที่สุด

แล้วความสัมพันธ์ของสองผัวเมียก็มาถึงทางตัน เมื่อเว่ยหยางเซิงติดใจสาวๆของคุณชายหนิงจนขอหย่ากับเถียยู่เซียง ก่อนจะไปทำการอัพเกรดกระปู๋อันใหม่ จนไร้เทียมทานในยุทธจักรบนเตียง ผิดกับเถียยู่เซียงที่นอกจากจะเปล่าเปลี่ยวเอกาแล้ว ยังต้องเสียท่าให้กับคนเผาถ่านหนุ่มวัยกลางคน จนถูกชาวบ้านประณาม โชคดีที่เฉินก้วนซานช่วยเอาไว้ได้ เฉินก้วนซานเองก็หลงรักเถียยู่เซียงเช่นกัน แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ เพราะเขารู้ดีว่านางยังภักดีกับสามีเก่าอยู่ นานวันเข้าเถียยู่เซียงก็เริ่มเห็นความดีในตัวเฉินก้วนซานจนพร้อมใจมอบกายให้กับเขา เหตุการณ์คงจะจบลงด้วยดี หากคุณชายหนิงไม่เสือกจับได้ซะก่อน ว่าเว่ยหยางเซิงคิดหาหลักฐานไปกล่าวหาว่าเขาเป็นคนกบฏ คุณชายหนิงจึงจัดการทรมานเว่ยหยางเซิงอย่างสาหัสสากรรจ์ รวมไปถึงคนที่เว่ยหยางเซิงรัก และหนึ่งในนั้นก็คือ เถียยู่เซียงนั่นเอง

ตัวละครหลัก

null

เว่ยหยางเซิง(ฮิโระ ฮายามะ) บัณฑิตหนุ่มเจ้าสำราญ ผู้ใคร่หาความสุขจากเพศรสโดยการ บะบะโอ๊บะบะ แม้จะแต่งงานกับเถียยู่เซียงแล้ว เขาก็ยังไม่อาจลดเรื่องนี้ได้ แม้จะรู้ว่าเป็นกลลวงของศัตรูก็ตาม ท้ายที่สุดเขาจึงต้องพบกับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส

null

เถียยู่เซียง(หลันเหยียน) สาวสวยที่ดูเหมือนจะกุมความเจ้าชู้ของเว่ยหยางเซิงได้อยู่หมัดในฐานะภรรยา แต่แล้วเขาก็เลือกที่จะทิ้งเธอไป ชะตากรรมของเถียยู่เซียงนับได้ว่า น่าสงสารที่สุดในเรื่อง ต้องพบเจอกับอุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่า มีเพียงรักแท้เท่านั้นที่จะพิสูจน์ทุกอย่าง

null

ปีศาจราคะ(เหลยไห่เหยียน) ปีศาจตาแก่ที่อยู่ในร่างสาวสวย มีทักษะด้านเพศสูง มักจะสูบพลังจากคนอื่นไปเพิ่มพูนความงามให้ตนเอง จากการซั่มกัน เป็นปีศาจที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัว ใครให้ประโยชน์มากกว่าก็จะไปเข้ากับคนนั้น

null

คุณชายหนิง(โทนี่ โฮ) ขุนนางผู้โฉดชั่วและหื่นกระหาย เขาซ่องสุมอาวุธและกำลังพล เพื่อรอวันที่จะก่อกบฏ เจ้าเล่ห์จนแม้แต่เว่ยหยางเซิงก็ไม่รู้ตัวว่าถูกไอ้หมอนี่จับตามาตั้งแต่ต้นแล้ว

null

หรุยจู(ซาโอริ ฮาระ) นางบำเรอฝ่ายบู๊ของคุณชายหนิง มีความสามารถด้านการเร้าอารมณ์ต่อเพศชายได้ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในมือสังหารของคุณชายหนิงอีกด้วย

null

ตงเหม่ย(ยูกิโกะ ซูโอะ) นางบำเรอฝ่ายบุ๋นของคุณชายหนิง เพิ่มความท้าทายให้ตนเองด้วยการสักรูปมังกรไว้ทั่วร่างกาย นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแค่ที่ระบายความใคร่เฉยๆ

ทางด้านกระแสตอบรับนั้น Sex and Zen 3D : Extreme Ecstasy ถือว่าทำได้ดีมากในส่วนของการดึงความสนใจแก่ผู้เข้าชม ไม่ว่าจะด้วยการนำเสนอหนังเกรดสามที่เคยสร้างความฮือฮามาแล้วในอดีต การรีเมคใหม่ในรูปแบบ 3D หรือการระดมดาราสาวๆสุดเซ็กซี่มารับบทเด่นในหนัง ทว่าทางผู้สร้าง ไม่ว่าจะเป็น คริสโตเฟอร์ ซุน ผู้กำกับ และ สตีเฟน เฉียว โปรดิวเซอร์ที่โดดลงมารับหน้าที่เขียนบทเอง กลับมองพลาดไปในจุดของความสมเหตุสมผลของเนื้อเรื่อง และเลือกที่จะกระหน่ำฉากซั่มกันมากเกินความจำเป็น เกินความจำเป็นในที่นี้ไม่ได้หมายความว่ามากเกินไปนะครับ แต่ผมหมายความว่า มันถูกใส่มาอย่างผิดที่ผิดทาง ใส่มาไม่ตรงจังหวะที่ควรจะนำเสนอซักเท่าไหร่นัก แต่ในส่วนของจำนวนฉากซั่มนั้น ถือว่าพอสมควรแล้วครับสำหรับหนังแนวนี้

Sex and Zen 3D : Extreme Ecstasy พยายามนำเอาจุดเด่นของสามภาคแรกมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เนื้อเรื่องหลักเป็นพระเอกกับนางเอกจากภาค 1 เมื่อปี 1991 (ซึ่งภาคนั้นก็สร้างจากวรรณกรรมเรื่อง บัณฑิตหลังเที่ยงคืน มาอีกที) การใส่ความเป็นแฟนตาซีเข้าไป แบบเดียวกันกับภาค 2 และการลงทัณฑ์ทรมานแบบภาค 3 ส่วนมุกตลกนั้นก็มีอยู่ประปราย (ก็บอกแล้วว่าดู 3 ภาคแรกก่อนหน้านี้มาแล้ว) เป็นเสน่ห์ของหนังเกรดสามฮ่องกงแทบทุกเรื่องที่ต้องใส่มุกสัปดนคลายเครียดกันเป็นปกติ ทว่าในส่วนของ 3 ภาคแรกนั้นก็ล้วนแต่มีจุดเด่นเป็นของตนเอง ที่จะทำหนังอีโรติกโดยผสมผสานแนวต่างๆเข้าไป แต่พอมาในภาคนี้ หนังพยายามยัดเยียดจุดเด่นของทั้งสามภาคแรกมาโดยไม่ค่อยคำนึงถึงความสมเหตุสมผลซักเท่าไหร่ กะเอามันส์ เอาฮากันอย่างเดียว โดยเฉพาะในส่วนของ ปีศาจราคะ ที่คาแรคเตอร์มาเป็นแฟนตาซีจ๋าอย่างชัดเจน เรียกว่าแหวกกว่าคนอื่นเขามา แต่ยังดีที่ได้บริบทต่างๆในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฉากอึมครึม และดนตรีประกอบอันลึกลับ ทำให้บทปีศาจราคะ พอกลืนไปกับสถานการณ์ในเรื่องได้ แต่ก็ยังไม่เนียนเท่าไรนัก

null

ไม่ใช่แค่การรวมตัวกันของจุดเด่นอย่างผิดที่ผิดทางเท่านั้น แต่การดำเนินเรื่องก็ใช่ว่าจะดีนัก รวมไปถึงการสร้างคาแรคเตอร์ที่แบนและแทบไม่มีมิติ ยกเว้นแต่เถียยู่เซียง นางเอกของเรื่องที่พอจะมีอะไรให้น่าค้นหา ให้ลุ้น หรือน่าติดตามบ้าง(มากกว่าดูมๆของเธอ) นอกนั้นตัวละครที่เหลือแทบไม่มีอะไรให้น่าเอาใจช่วยหรือสนุกไปด้วยได้เลย แม้ว่าในตอนท้ายเรื่อง หนังจะพยายามสร้างอุปสรรค ตลอดจนแรงกดดันใส่บรรดาตัวละครไปนานัปการ แต่ด้วยความที่หนังพยายามใส่แต่จุดมุ่งหมายของตัวละคร มากกว่าจะบอกกล่าวลักษณะนิสัยภายในของตัวละคร และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร จึงไม่สามารถทำให้คนดูผูกพันกับตัวละครได้ และไม่อาจกระตุ้นให้คนดูรักและเอาใจช่วยตัวละครไปจนตลอดรอดฝั่งในสถานการณ์สุดท้ายได้ มีแต่เถียยู่เซียง นางเอกของเรื่องที่ดูจะเจออะไรหนักหนามามากในชีวิต มากพอที่จะทำให้เราเอาใจช่วยไปกับเธอได้

ตัวอย่างที่เด่นชัดเลยก็คือ หลังจากที่เว่ยหยางเซิงและเถียยู่เซียงแต่งงานกันแล้ว และต่างมอบความสุขให้แก่อีกฝ่ายด้วยการซั่มกัน ตั้งแต่ฤดูร้อนยันฤดูหนาว โดยใช้การตัดต่อแบบรวบรัดประมาณ 1 นาทีกว่าๆ จากนั้นหนังตัดไปตอนที่เว่ยหยางเซิงตีสนิทกับคุณชายหนิงและหลงระเริงอยู่ในนั้น จนตัดสินใจส่งจดหมายไปขอหย่ากับเถียยู่เซียง ผมเชื่อว่าหลายคนที่ได้ชมคงจะงงมากว่า เอ๊ะ อะไรวะ เอากันแป๊บเดียว หย่ากันแล้ว!!! คือ โอเค ในด้านของความเป็นจริงในสังคม เวลาคุณผู้ชายไปเจอบรรดาอีหนูก็ย่อมต้องหลงอีหนูมากกว่าเมียเป็นธรรมดา แต่ที่น่าแปลกคือ บทไม่ได้สร้างความสัมพันธ์อย่างอื่นระหว่างเว่ยหยางเซิงกับเถียยู่เซียงที่นอกเหนือไปจากการซั่มกันเลย น่าจะใส่รายละเอียดไปว่าเวลาว่างหลังจากที่คู่นี้เขาไม่ได้ซั่มกันน่ะเขาทำอะไรด้วยกันบ้าง อาจจะทำกับข้าวด้วยกัน วาดรูปด้วยกัน หรือจะไปเที่ยวด้วยกันแล้วค่อยพาไปกินตับกันทีหลังก็ได้ แต่สิ่งที่เห็นในหนังคือ เหมือนมันแต่งงานกันเพื่อซั่มกันอย่างเดียว แล้วความผูกพันอย่างอื่นก็ไม่ได้นำเสนอไว้ จนมันดูขัดแย้งกับช่วงไคลแมกซ์ของเรื่องว่ามันไม่น่าจะรักกันได้ขนาดนี้ หรืออีกฉากหนึ่ง คือตอนที่คนเผาถ่านแอบมาตีท้ายครัวเถียยู่เซียง ก็ปรากฏตัวออกมาเฉยๆเลย ไม่ได้มีการเตรียมการไว้เลย หากจะบอกว่านี่เป็นการเซอร์ไพร์สคนดู มันก็เป็นการเซอร์ไพรส์ที่ไร้เหตุผลเอามากๆ

null

และที่ขัดใจสุดๆ ขออนุญาตสปอยล์หน่อย ใครที่ไม่อยากรู้กรุณาข้ามไปอ่านย่อหน้าต่อไปได้เลย ผมเตือนแล้วนะ เอ้า มาว่ากันในส่วนของการให้จุดจบของตัวละคร(ฝ่ายร้าย)แต่ละตัว ที่เรียกได้ว่า โง่ เซ่อ สะเพร่า กันเป็นแถบๆ ตั้งแต่หัวหน้ายันลิ่วล้อเลยทีเดียว เพราะการตายของแต่ละตัวนั้นอยู่ในลักษณะทำตัวเอง หรือกระทำอัตวินิบาตกรรมทางอ้อมกันทั้งนั้น ซึ่งหากคิดในแง่ดีก็อาจจะคิดได้ 2 ทางคือ 1.มันเป็นมุกตลก 2.คือทีมผู้สร้างต้องการจะสื่อในเรื่องของกรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง มันทำตัวมันเอง แต่ถ้าคิดในแง่ร้ายก็คือ คนเขียนบทมันขี้เกียจเขียนลักษณะการตายของตัวละครแต่ละตัว เลยเอาไงก็ได้ ให้แม่งตายๆไปซะ (แนะนำให้หาหนังเรื่อง Death Note 1-2 มาดูนะ จะได้หาวิธีการตายที่มันดูมีเหตุผลหน่อย)

บ่นกันไปเยอะแล้ว มาพูดถึงเรื่องที่น่าฟังกันบ้างดีกว่า อย่างในเรื่องของ 3D ที่หลายคนสงสัยกันอยู่ว่า คุ้มค่าแก่การชมมั้ย คือก็ต้องบอกก่อนนะครับว่า มันเป็นหนังที่สร้างโดยคนจีน เทคนิคคงไม่อาจเทียบชั้นฮอลลีวู้ดได้ ยิ่งหนังเทพๆอย่าง Avatar , Transformers 3 ยิ่งไม่ต้องพูดถึง (แต่ก็ยังดีกว่า 3D หลอกเด็กอย่าง Clash of The Titan) แต่ในส่วนของฉากซั่มกันนี่ เรียกได้ว่า เต็มตาทะลุจอ อย่างที่ทีมพันธมิตรเขาพากย์เล่นๆกันไว้ในหนังแหละครับ โดยเฉพาะฉากเปิดอกของเหลยไห่เหยียน ที่แม้จะมีเพียงฉากเดียวในเรื่อง แต่ก็ได้เห็นกันเต็มๆตาไปเลย แล้วก็มีอีกฉากหนึ่งคือฉากที่คนเผาถ่านไปตีท้ายครัวเถียยู่เซียงในอ่างน้ำ แล้วเผอิญมีน้ำกระฉอกออกมา ก็ไม่ทราบว่าเป็นน้ำในบ่อน้ำหรือเป็นน้ำใน”ปืนฉีดน้ำ”กันแน่ แต่ก็เรียกได้ว่า แทบจะเปียกราดหน้าคนดูอย่างเราๆท่านๆกันเป็นแถว ก็ได้แต่หวังว่าในแผ่น DVD และ Bluray จะยังมีเวอร์ชั่น 3D มาวางขายกันหรือเปล่า ก็ถ้ามีจริงๆ ใครที่มี 3D TV ก็ขอแสดงความยินดีด้วยละกัน

null

พูดถึงฉากซั่มหรือฉากเลิฟซีน ชวนให้นึกถึงบรรดาฉากคลาสสิคต่างๆจากทั้ง 3 ภาคแรก ที่ในภาคนี้พยายามจะแสดงการคารวะ ไม่ว่าจะเป็นฉากนางเอกโดนคนเผาถ่านข่มขืนในอ่างน้ำที่เอามาจากภาคแรก(ภาคแรกเป็นคนตัดฟืน) , ฉากซั่มกายกรรม โหนโซ่เหิรเวหาที่เอามาจากภาคแรกเหมือนกัน , การปรากฏตัวของปีศาจสองเพศ ที่เอามาจากตัวร้ายในภาค 2 , ฉากการลงทัณฑ์ด้วยเครื่องทรมาน ที่ดูเหมือนว่าจะเอามาจากภาค 3 แต่ดูไปดูมาเหมือนกับเอามาจากหนังเกรดสามสุดฮิตอีกเรื่องที่ชื่อว่า The Chinese Torture Chamber Story มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นฉากม้าไม้เมืองทรอย เอ๊ย ม้าไม้ทรมานที่จะทำลายอวัยวะเพศของผู้หญิง (อึ๊ยยย สยองงงง) และการลงทัณฑ์อีกหลายหลาก ที่ดูยังไงก็เอามาจาก The Chinese Torture Chamber Story มากกว่าจะเอามาจาก Sex and Zen 3 เชื่อผมสิ เพราะไอ้เรื่องที่ว่าน่ะผมดูมาหมดแล้ว อุ๊บ!

สิ่งที่พอจะทำให้ผมประทับใจได้ในหนังเรื่องนี้ก็มีอยู่แค่ 2 อย่าง ซึ่งถ้านับจริงๆก็แค่อย่างเดียวเท่านั้น และอย่างที่ว่านั่นก็คือ บรรดาสาวๆแต่ละนางในเรื่องนั่นเอง ที่มันดูน่าเร้าใจจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นสาวฮ่องกง สาวจีนแผ่นดินใหญ่ สาวเอวี ทั้งแม่นางตงเหม่ยและแม่นางลุยจู๋ เอ๊ย หรุยจู ล้วนแล้วแต่มีจุดเด่นและสไตล์เป็นของตัวเองทั้งนั้น และอีกอย่างที่ชอบก็แค่องค์ประกอบภายนอก ก็คือเสียงพากย์ฮาๆของทีมพันธมิตรเท่านั้นแหละ พูดถึงสาวๆในภาคนี้ ส่วนตัวผมมองว่าเจ๋งกว่าทุกภาคนะ อันนี้ความเห็นส่วนตัว แต่ในแง่ของการทำความเร้าใจในฉากซั่มกันนั้น เทียบสามภาคแรกไม่ได้ (โดยเฉพาะภาคสองที่ทำได้แบบ… มันส์มากกกก….) แต่ก็หวังว่าจะพอมีสาวๆซักคนที่แจ้งเกิดจนโด่งดังในระดับฮอลลีวู้ดได้อย่าง ซูฉี ที่เล่นในภาค 2 จนเข้าตาแมวมองและได้เล่นหนังในโปรดักชั่นที่ดีขึ้นเรื่อยๆแล้ว แต่ยอมรับว่าสาวๆในภาคนี้ก็เจ๋งจริงๆ เรียกได้ว่าละสายตาไม่ได้เลยทีเดียว

null

ไม่ว่าจะสวยซ่อนร้ายแบบ ซาโอริ น่ารักบ้องแบ๊วแบบ ยูกิโกะ สวยเจ้าเล่ห์แปลกตาอย่าง เหลยไห่เหยียน หรือจะสวยน่าทะลวง เอ๊ย น่าถนอมอย่าง หลันเหยียน แต่ละคนก็ล้วนแต่มีคาแรคเตอร์ภายนอกภายในและบุคลิกเป็นของตัวเอง โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบเหลยไห่เหยียนที่เล่นเป็นปีศาจราคะที่สุด (แต่ขอแบบหญิงทั้งตัวและหัวใจนะ ไม่ใช่หญิงครึ่งชายครึ่ง) แต่ก็นั่นแหละ แม้ว่าเธอจะเป็นคนที่โชว์น้อยที่สุดในเรื่องก็ตาม แต่เธอก็ทำให้ผมลุ้นระทึกได้ตลอด (ถ้าไม่ติดว่ามีเสียงเป็นผู้ชายนะ คงจะเคลิ้มกว่านี้) แต่คนอื่นๆก็นับว่าเข้าขั้นเทพเหมือนกัน โดยเฉพาะหลันเหยียนที่เล่นเป็นนางเอกของเรื่อง ซึ่งผมก็ไม่นึกว่าเธอจะใจกล้าขนาดนี้ เรียกได้ว่าเป็นการคืนกำไรแก่ผู้ชมชนิดมหาศาลเลยทีเดียว ใครอยากดูก็อดใจรอแผ่นกันซักหน่อย รับรองว่าเต็มตาแน่ๆ

หากเทียบกับหนังเกรดสามรุ่นเก่าๆแล้ว Sex and Zen 3D : Extreme Ecstasy อาจไม่ใช่หนังที่ดีหรือมีคุณค่าอะไรนัก ยิ่งถ้าเทียบกับฉบับออริจินอลก็ยิ่งห่างชั้นกัน ในส่วนของลีลาการเล่าเรื่อง และความสมเหตุสมผลทั้งปวง แต่โชคยังดีที่ทางผู้สร้างมีการนำเสนอในรูปแบบที่ผู้ชมให้ความสนใจ ทำให้กระแสหนังเกรดสามที่ซบเซาไปกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง มันไม่ใช่หนังที่ดีเด่นอะไร แต่ก็ทำให้เราสนุกไปกับมันได้ เพราะอย่างน้อยมันก็ได้ตอบสนองในสิ่งที่ผู้ชมต้องการจะเข้าไปเพื่อชมได้อย่างเต็มอิ่มและได้อรรถรส และคงจะดีหากทีมผู้สร้างใส่ใจในบท และพยายามหาจุดที่จะตรึงคนดูได้ดีกว่าฉากซั่มกัน สิ่งที่สอนในเรื่องนับว่ามาถูกทางแล้ว คือการพยายามสอนให้ผู้ชมได้รับรู้ว่า การร่วมรักหาได้สำคัญเท่ากับความรักที่มีร่วมกันไม่ หากมีการพัฒนาบทได้มากกว่านี้ ภาคนี้ก็คงจะขึ้นเป็นตำนานหนังรีเมคที่ดี มากกว่าจะได้รับการจดจำเพียงแค่ว่าเป็นหนังอีโรติกเรื่องแรกของโลกที่ใช้เทคนิค 3D ถ่ายทำ

null

คะแนน 5/10  ข้อหารีเมคได้ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่

ฉากเด็ด

ส่วนตัวผมคิดว่า ฉากพระเอกผ่าตัดเปลี่ยนกระปู๋ น่าจะเป็นฉากที่ทำได้ดีกว่าภาคแรกนะ เพราะภาคนี้เพิ่มผู้ช่วยหมอมาอีกคน รับส่งมุกกันได้เป็นอย่างดี รับรองว่าเป็นฉากที่หลายคนต้องฮาจนกรามค้างกันอย่างแน่นอน

ตัวอย่างภาพยนตร์

Directed by Christopher Suen
Produced by Stephen Shiu
Stephen Shiu, Jr.
Screenplay by Stephen Shiu
Stephen Shiu, Jr.
Mark Wu
Story by Li Yu
Starring Hayama Go
Saori Hara
Lan Yan
Vonnie Lui
Cinematography Jimmy Wong
Editing by Chung Wai Chiu
Studio One Dollar Production
Local Production
Distributed by One Dollar Distribution
Release date(s) April 14, 2011
Running time 128 minutes
Country Hong Kong
Language Cantonese
Budget USD$ 3.2 million

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s