Sex is Zero (2003) : หนังเรทอาร์มีสาระ ไม่ใช่โอ๊บะบะกันอย่างเดียว

Posted: สิงหาคม 11, 2011 in บทวิจารณ์ภาพยนตร์(รวม), ภาพยนตร์เกาหลี, Comedy/ตลก, Erotic/อีโรติค

null

หลังจากย้อนตำนานหนังเกรดสามแห่งวงการหนังฮ่องกงกันไปแล้ว กลับมาเอาใจคอกิมจิกันกับหนัง 18+ อีกเรื่องที่บรรดาคุณผู้ชายในบ้านเรารู้จักกันเป็นอย่างดี กับ Sex is Zero – ปิ๊ดปี้ปิ๊ด ยกก๊วนกิ๊กสาว ที่เรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักกันในฐานะของ American Pie เวอร์ชั่นเกาหลีกันเลยก็ว่าได้ อีกทั้งหนังเรื่องนี้ยังฮิตขนาดถึงกับว่าต้องมีภาค 2 ออกมาเอาใจคุณผู้ชมกันต่อ แถมยังทำให้ ลิมชางจุง และ ฮาจีวอน คู่พระนางของเรื่อง กลายเป็นพระนางคู่ขวัญกันในเวลาต่อมา อย่างเช่นเรื่อง Miracle on 1st Street หรือแม้กระทั่งใน Sex is Zero 2 สาวฮาจีวอนก็ยังมารับเชิญในบทเดิมในตอนต้นเรื่องอีกด้วย เรียกว่าเป็นหนังเรทอาร์ในใจของวัยรุ่นแดนกิมจิอีกเรื่องหนึ่งเลยล่ะ ส่วนในไทยเราถึงแม้รายได้จะไม่ฟู่ฟ่า แต่ก็นับว่ากระแสแรงใช่เล่น และเป็นหนังเกาหลีเรื่องแรกๆที่นำมาฉายในไทย

Sex is Zero มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เนื่องเพราะตัวหนังมีแนวทางที่แหวกไปจากหนังเรทอาร์ทั่วไปของเกาหลี หนังเรทอาร์ส่วนใหญ่ของเกาหลีมักมีเนื้อหาและการดำเนินเรื่องในโทนมืดหม่น และเน้นการกระทำผิดด้านศีลธรรมเป็นส่วนใหญ่ (ซึ่งแน่นอนว่าหมายถึงการคบชู้สู่ชายนั่นเอง) และมักดำเนินฉากเลิฟซีนด้วยลีลาอ่อนไหว ไม่ได้เร่าร้อนเหมือนของฮ่องกงแต่อย่างใด แต่กับ Sex is Zero นั้นกลับแตกต่างออกไปจากหนังเรทอาร์ของเกาหลีเรื่องก่อนๆ โดยการขายความตลกและเอาฮาไปกับการเล่นมุกทะลึ่ง ตลกสัปดน และความสะเพร่าของตัวละคร มากกว่าจะให้ความสนใจไปที่ฉากซั่มกัน เรียกว่าทำให้คนดูฮาจนหงายเงิบมากกว่าจะนั่งปลุกอารมณ์ให้ตื่นก็ว่าได้ ยิ่งถ้าเจอภาคภาษาไทยที่ให้เสียงภาษาไทยโดย พันธมิตรแล้วล่ะก็ ถึงขนาดโคตรของโคตรฮาเลยทีเดียว!!!

null

นักศึกษาเด็กโข่งหนุ่ม ยุนสิก(ลิมชางจุง) กลับมาใช้ชีวิตเด็กปี 1 หลังจากไปทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติอยู่หลายปี เขาพักอยู่กับเพื่อนอีกสามคนที่มีดีกรีความหื่นไม่แพ้กัน โดยใช้เวลาว่างไปกับการดูหนังเอวีอย่างเมามันส์ แต่นอกจากนั้นยุนสิกก็ยังมีเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มศิลปะการต่อสู้ของมหาวิทยาลัย นำทีมโดยโค้ชหนุ่ม(ชอยซังกุ๊ก) ที่มักจะเล่นสตั๊นท์แบบผิดคิวตลอดเวลา แต่แล้วก็ต้องมีเหตุการณ์ให้ยุนสิกต้องเปลี่ยนตัวเองครั้งใหญ่ เมื่อเขาได้พบกับ ยุนโย(ฮาจีวอน) สาวสวยดาวมหาวิทยาลัย ยุนสิกและบรรดารูมเมทหนุ่มจอมหื่นร่วมมือกันวางแผนแอ้มยุนโยและเพื่อนๆของเธอ แม้จะไม่ราบรื่น แต่นั่นก็ทำให้พวกเขาได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น แถมโค้ชของยุนสิกกับ ยูมิ(ยูแชยอง) ครูสอนเต้นของยุนโย ก็เกิดปิ๊งปั๊งกันซะด้วยสิ

แต่แล้วยุนสิกก็ต้องอกหัก เมื่อยุนโยดันไปหลงคารม ซองฮู(จองมิน) หนุ่มหล่อจอมเจ้าชู้ที่พยายามตีตัวออกห่างจาก จีวอน(จินแจยัง) แฟนเก่าสุดเอ็กซ์ ซึ่งจีวอนก็ตามจองล้างจองผลาญยุนโยและซองฮูอย่างไม่ยอมเลิกรา ท้ายที่สุดยุนโยก็ตกเป็นของซองฮู แต่แล้วซองฮูก็แสดงธาตุแท้ออกมา โดยการไม่รับผิดชอบลูกของเขากับยุนโยที่กำลังจะลืมตาดูโลก พร้อมกับผลักไสไล่ส่งให้ยุนโยไปทำแท้งซะอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันกลับไประเริงร่ากับรักเก่าอย่างจีวอนอีกครั้ง ยุนสิกรับเป็นพ่อเด็กในท้องของยุนโย และดูแลยุนโยหลังจากทำแท้งเรียบร้อยแล้ว แต่ยุนโยยังต้องมีภารกิจใหญ่คือต้องแสดงเต้นเชียร์ในงานของมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องใช้กำลังในด้านขาอย่างมาก ยุนสิกจึงต้องดูแลยุนโยที่ยังไม่หายดีจากอาการแท้ง แล้วต้องไปฝึกเต้นอยู่ตลอดเวลา เพราะอันตรายอาจเกิดขึ้นกับยุนโยได้ทุกเมื่อ

ตัวละครหลัก

null

ยุนสิก(ลิมซางจุง) หนุ่ม(ไม่)น้อย หน้า(ไม่)ใส แต่ใจซื่อ เป็นคนบื้อๆเบ๊อะๆแต่จริงใจ แอบหลงรักยุนโยอยู่ และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อเธอ เห็นหน้าตาแบบนี้ แต่จริงๆแล้วมีความสามารถด้านสตั๊นท์และการแสดงผาดโผนไม่น้อย

null

ยุนโย(ฮาจีวอน) สาวสวยดาวมหาวิทยาลัยขวัญใจยุนสิก ที่มีแววว่ากำลังจะมีอนาคตที่ไปได้สวย แต่ต้องมาสะดุด เพราะท้องกับผู้ชายคนหนึ่ง แล้วต้องทำแท้ง จึงทำให้เธอได้รู้ว่า ใครกันแน่ที่รักเธออย่างแท้จริง

null

โค้ช(ชอยซังกุ๊ก) หนุ่มรุ่นพี่ของยุนสิก ที่ภายนอกดูโหด แต่จริงๆแล้วค่อนข้างกักขฬะ ออกแนวอันธพาลด้วยซ้ำ ชอบเก๊กท่า แต่เวลาเอาจริงแล้ว รั่ว!

null

จีวอน(จินแจยอง) แฟนเก่าของซองฮู นิสัยหยิ่ง ค่อนข้างเอาจริง ไม่ยอมที่ซองฮูทิ้งเธอไปหายุนโย

ซองฮู(จองมิน) หนุ่มหน้าตาดี ภายนอกดูน่าเชื่อถือ แต่จริงๆแล้วเป็นคนขาดความรับผิดชอบ ไม่พอใจใครก็ทิ้ง และเป็นคนที่ทำให้ยุนโยท้องจนต้องทำแท้งในเวลาต่อมา

ในครึ่งแรกของเรื่อง Sex is Zero เปิดตัวในหน้าหนังตลกลามกสัปดน กับกิจกรรมของเหล่าวัยรุ่นหื่นๆที่หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องเซ็กส์ และการช่วยตัวเอง ตัวละครหนุ่มทุกตัวในเรื่องล้วนแล้วแต่มีอารมณ์หื่นที่ซ่อนลึกอยู่ภายใน ออกแนวถ้ำมองเสียด้วยซ้ำ (ซึ่งก็แน่นอนล่ะ รวมทั้งพระเอกของเราด้วย) มีความสุขกับการได้มองของสงวนของคุณผู้หญิงที่ถูกปกปิดไว้ ซึ่งในช่วงครึ่งแรกนั้นระดมไปด้วยมุกฮาที่ระดมยิงเข้ามาทั้งจากหนังและจากเหล่าทีมพากย์ที่มาช่วยกันสร้างความครื้นเครง กระทั่งเมื่อเนื้อเรื่องเข้าสู่ครึ่งหลัง คือตั้งแต่หลังจากที่ยุนโยมีอะไรกับซองฮูแล้วนั่นเอง ประเด็นที่แท้จริงของเรื่องจึงถูกเปิดเผยภายหลังจากที่กลบไว้ใต้มุกและเสียงฮาอยู่นาน หนังต้องการจะนำเสนอถึงเรื่องเซ็กส์ว่ามันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย โดยเฉพาะเซ็กส์ในวัยเรียน ซึ่งไม่ว่าจะมีอะไรกันหรือแค่ออรัลเซ็กส์ก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย รวมทั้งจะฉุดรั้งชีวิตให้ตกต่ำ โดยเฉพาะกับตัวยุนโย นางเอกของเรื่อง ที่ถูกผู้ชายทำให้ท้อง แล้วก็ทิ้ง จนต้องไปทำแท้งในเวลาต่อมา

เมื่อกลับมาดูอีกครั้งเป็นรอบที่ 2 (อั่นแน่ะๆ ดูเพื่อศึกษาจ้า อย่าคิดมาก) ก็พบว่าบรรดามุกตลกเหล่านั้นที่โปรยเอาไว้ตั้งแต่ต้นเรื่อง ไม่ใช่มุกที่คิดกันขึ้นมาเพียงแค่เอาฮาเท่านั้น แต่เป็นมุกที่กลั่นกรองจากการเสียดสีสังคม เรื่องการมีเซ็กส์ของหนุ่มสาว และพยายามบอกเป็นนัยๆ จะเห็นได้ว่าผู้หญิงในเรื่องก็ไม่ได้ใจง่ายไปซะทั้งหมด อย่างครูสอนเต้นเองที่ดูภายนอกเหมือนจะเป็นอย่างนั้น (แต่จริงๆแล้วคือเผลอไปกินยาปลุกเซ็กส์เข้าโดยไม่ได้ตั้งใจต่างหาก) แต่เป็นเพราะพวกเธอถูกบริบทหลายๆอย่างนำพาไป ซ้ำร้ายพวกเธอยังถูกชักจูงจากบรรดาชายหนุ่มหื่นๆทั้งหลายที่ไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรนอกไปจากพยายามหว่านล้อมและชักแม่น้ำทั้งห้ามาทำให้พวกเธอไว้เนื้อเชื่อใจ หนังสื่อให้เห็นว่า “คารม” ของคุณผู้ชายนั้นมันน่ากลัวยิ่งกว่า “คารวย” ซะอีก

null

แต่ก็เพราะความหื่นนี่แหละ ที่ทำให้ตัวละครชายแทบทุกตัวนั้น ไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันมากนัก ในแง่ของคาแรคเตอร์และมิติของตัวละครที่น่าค้นหา ทุกอย่างถูกเทไปให้ตัวของพระเอกคนเดียว ที่พอจะมีอะไรให้จับต้องได้บ้าง ส่วนตัวละครชายตัวอื่นๆถูกจดจำในฐานะของบรรดาชายหื่น ที่เอาแต่ดูหนังเอวีและจ้องจะฟันสาวๆไปวันๆ โดยเฉพาะตัวละครของชายโรคจิตสองคนที่แอบเข้ามาดูหนังเอวีในห้องพระเอก ซึ่งไม่ได้มีความสำคัญอะไรในเรื่องมากไปกว่าทำหน้าที่เชื่อมโยงมุกสัปดนทั้งหลายแหล่เข้ากับสถานที่และสถานการณ์ในตอนนั้น ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงบรรดารูมเมทของพระเอก และเพื่อนๆกับโค้ชในชมรมศิลปะป้องกันตัวของพระเอกอีกด้วย ยกเว้นก็แต่ แตฮับ(ลีซียอน) กะเทยหนุ่มหนึ่งในรูมเมทของพระเอก ที่หื่นไม่ได้เพราะเป็นกะเทย แต่ทว่าตัวละครก็แทบไม่มีมิติเลยเช่นกัน

ในส่วนของมุกตลกสัปดนนั้นก็เล่นกับสถานการณ์ง่ายๆ ไม่ได้เว่อร์เฮฮาออกแนวโจวซิงฉือแบบหนังเกรดสามของฮ่องกง เป็นสถานการณ์ที่หลายๆคนอาจมีโอกาสได้ไปสัมผัสลงพื้นที่จริง คือไม่เกินจินตนาการไปนัก สถานการณ์ธรรมดาๆที่เราสามารถฮาไปกับมันได้ เช่นในฉากของเพื่อนพระเอกคนหนึ่งที่พาเพื่อนของยุนโยคนหนึ่งมาพักที่โรงแรมด้วยกัน เนื่องจากเมาจัดจนกลับบ้านไม่ไหว โดยให้สัญญาว่าสิ่งที่เขาจะทำกับเธอคือแค่จับมือเท่านั้น พร้อมทั้งใช้คารมกล่อมให้หญิงสาวยอมตกลง แต่ที่ไหนได้ สิ่งที่เขาทำนั้นไม่ใช่แค่จับมือ แต่รวมไปถึงจับหน้าอกเธอเป็นการลักหลับด้วย แม้จะเป็นฉากฮาๆ แต่พอมาคิดๆดูแล้วก็สงสารคุณผู้หญิงเหมือนกันที่ต้องเสียท่าให้กับผู้ชาย ฉากนี้ดูจะเป็นการบอกอะไรลางๆแล้วจากผู้กำกับ ให้เตรียมตัวรับเรื่องที่หนักหนากว่าในทำนองเดียวกันนี้

null

พล็อตของเรื่องฟังดูง่ายๆ คือพระเอกไม่ใช่คนดีเด่นอะไร ทำให้นางเอกไม่รัก แล้วหันไปรักผู้ชายอีกคน แต่เขาก็ทิ้งเธอไป พระเอกดูแลนางเอกจนชนะใจนางเอก ซึ่งในเรื่องก็ไม่ค่อยได้ใส่พล็อตรองอะไรไปมากนัก ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่หนังมีพล็อตที่หลวมเกินไป และเทเวลาให้กับการเล่นมุกมากไป (ซึ่งมุกเหล่านั้นไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเนื้อเรื่อง) ก่อนจะมาให้ความรู้ในเรื่องอาการของคนที่ทำแท้ง ว่าจะมีอาการอย่างไร ซึ่งจะมีให้ดูในตอนท้ายเรื่อง แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องยากถึงยากมาก เพราะการที่จะผสมผสานมุกให้เข้ากับเนื้อเรื่องไม่ใช่สิ่งที่ทำกันง่ายๆ แต่มุกที่นำเสนอมาในเรื่องก็นับได้ว่าฮามากๆ น่าเสียดายที่ในภาค 2 พยายามลอกเลียนแบบมุกที่เป็นสูตรสำเร็จในภาคแรก แต่ก็ทำได้ไม่ครีเอท รวมทั้งสาวๆก็ไม่สวยน่ารักเร้าใจเท่าภาคแรก ทำให้ไม่เป็นที่น่าประทับใจเท่าไหร่

เมื่อถึงครึ่งเรื่องหลัง แม้จะไม่ฮาเท่าครึ่งแรก เพราะต้องเทประเด็นให้กับการทำแท้งของนางเอก หนังดูจะใส่มุกที่ดูไม่ยัดเยียดเท่าไหร่ เหมือนเป็นมุกตามสถานการณ์ ซึ่งสอดใส่เข้ามาได้ดี แม้จะไม่ถึงกับฮามาก แต่ก็ดูเข้ากับสถานการณ์ของหนังไปเรื่อยๆ ส่วนตัวผมชอบมุกที่พระเอกกำลังโชว์ความสามารถด้านผาดโผนในตอนท้ายเรื่อง และต้องให้เพื่อนใช้ค้อนปอนด์ทุบก้อนอิฐที่วางบนอกตัวเองทีละก้อน แต่พอเห็นนางเอกวิ่งผ่านไปด้วยความร้อนรน ทำให้พระเอกถึงกับสะดุ้งและเผลอลุกขึ้นมองตาม เป็นจังหวะเดียวกับค้อนปอนด์ที่เพื่อนเหวี่ยงมา ฟาดเข้ากับหัวพระเอกอย่างจัง ผมว่าฉากนี้สื่ออะไรได้เยอะพอสมควร การห่วงใยคนที่เรารัก จนไม่ห่วงตัวเราเอง ดูจะใช้กับฉากนี้ได้ดีที่สุด ที่ผมพูดนี่ไม่ได้อยากให้ทุกคนดูหนังเรื่องนี้แบบดราม่านะครับ แต่ผมพูดเพื่อให้รู้เจตนาของผู้สร้างว่าไม่ได้ทำมาเพื่อเอาฮากันอย่างเดียวนะ มันมีสาระอยู่ไม่น้อยทีเดียว เพียงแต่เราต้องค่อยๆกะเทาะสาระออกจากเปลือกที่ฉาบด้วยความฮาอยู่ให้ได้

null

แม้จะเป็นหนังตลก แต่ก็ยังมีมุมดราม่าให้ดูกันบ้าง ซึ่งอารมณ์ดราม่าของเรื่องนั้นก็ทำได้ในระดับหนึ่ง กำลังพอดี ไม่กดดันมากเกินไป (เอ๊ะ หรือมากไปหว่า) เอาเป็นว่ามันดราม่ากำลังดีก็แล้วกัน ซึ่งผู้สร้างก็ได้อาศัยความดราม่าเหล่านี้ในการเทสิ่งที่ต้องการจะสื่อออกมาให้ผู้ชมได้รับรู้ นั่นก็คือเรื่องที่ว่าเซ็กส์ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย หากเราไม่รู้จักการป้องกัน บทสรุปของเรื่องดูห้วนๆไปหน่อย แต่ก็นับได้ว่ามาถูกทาง และอยู่ในจุดที่มันควรจะเป็น และต้องขอชื่นชม ลิมซางจุง ผู้รับบทยุนสิก พระเอกของเรื่อง ที่แสดงได้ดีทั้งในแง่ของความทะลึ่งตึงตัง อารมณ์ดราม่า และการแสดงผาดโผน ซึ่งเท่าที่ดูก็รู้เลยว่าหมอนี่เล่นเองทุกฉาก เป็นนักแสดงอีกคนหนึ่งที่เทรนร่างกายมาอย่างดี แม้จะไม่หล่อล่ำ หน้าเนียนแบบหนุ่มเกาหลีทั่วๆไป แต่คาแรคเตอร์ในตอนท้ายเรื่อง ก็ทำให้พี่แกหล่อได้จริงๆว่ะ

อีกคนที่ชอบก็คือ ชอยซังกุ๊ก ที่รับบทเป็นโค้ชของพระเอก และคู่ของเขาก็คือ ยูแชยอง ครูสอนเต้นของนางเอก ซึ่งสองคนนี้รับส่งมุกกันได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าขโมยซีนพระเอกนางเอกไปอย่างหน้าตาเฉย ส่วนนักแสดงสาวๆในเรื่องก็เล่นกันอย่างไม่หวงเนื้อหวงตัว โดยเฉพาะ จินแจยองที่เล่นเป็นจีวอน นางอิจฉาของเรื่อง (พูดซะเหมือนละครไทยเลย แต่ผมนึกคำอะไรที่จะใช้จำกัดความเธอคนนี้ไม่ออกอีกแล้ว) เธอคนนี้เป็นนักยิมนาสติกมาก่อน แต่ก็ผันตัวมาเล่นหนังเรทอาร์และได้โชว์บอดี้เจ๋งๆของเธอให้เราดูกันด้วย ซึ่งก็นับได้ว่าโชว์มากที่สุดในเรื่องเลยล่ะ แถมตอนท้ายเรื่องเธอจะได้โชว์ความสามารถด้านยิมนาสติกอีกด้วย เรียกว่าทูอินวันเลยล่ะ ใครที่ไม่เคยชมก็ดูหน้าเธอได้จากภาพด้านล่าง แค่เห็นก็เสียวซี้ดกันเลยใช่ไหมล่ะ แต่ถ้าอยากเห็นมากกว่านี้ต้องหามาชมกันเอง เอามาลงในนี้ไม่ได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นบล็อกติดเรทกันซะเปล่าๆ อะจึ๋ย
null

Sex is Zero นับได้ว่าเป็นหนังเรทอาร์อีกเรื่อง ที่ดูแล้วได้สาระ ได้คิดอะไรตามสไตล์หนังเรทอาร์เกาหลี ที่มักจะให้ตัวละครต้องลงเอยด้วยความผิดหวังหลังจากการไปมีเซ็กส์กับใครซักคน และต้องหาทางออกให้กับตัวเอง แต่ความต่างที่ได้ก็คือ อารมณ์ขันและมุกตลกต่างๆที่ประเคนเข้ามาให้ได้ผ่อนคลายอารมณ์กันตลอดเรื่อง เนื้อเรื่องเสียดสีความใจเร็วด่วนได้ของวัยรุ่นสมัยนี้ ที่ดูจะเป็นปัญหามาทุกยุคทุกสมัย อีกเรื่องที่สอดแทรกก็คือการตัดสินใจที่จะรักใครสักคน ก็อย่าได้มองจากรูปลักษณ์ภายนอก อย่างที่นางเอกในเรื่องเจอ เพราะคนหน้าตาดีส่วนใหญ่มักจะใช้จุดที่ตนเองหน้าตาดี ในการดึงดูดเพศตรงข้ามมาเพื่อแก้เหงา (ผมล่ะเกลี๊ยดเกลียดพวกคนหล่อๆ เหอะๆ เปล่าหรอก ที่เกลียดเพราะตัวเองไม่หล่ออย่างมันต่างหาก) เอาเป็นว่าหากคุณต้องการหนังเรทอาร์ซักเรื่องที่ไม่ได้มีแค่ฉาก”เอากัน”อย่างเดียว Sex is Zero คืออีกทางเลือกที่จะให้ความแตกต่างแก่บรรดาขาหื่นทั้งหลายได้ไม่น้อย

คะแนน 7/10

ฉากเด็ด
ฉาก Window ที่มีอยู่ในตอนกลางเรื่อง เป็นการผูกมุกที่ให้บรรดาตัวละครหลักทั้งหลายมาเจอกัน โดยมีคนกลางคือไอ้โรคจิตสองตัวที่แอบเข้ามาดูหนังโป๊ในห้องพระเอก จะเกี่ยวยังไงกับ Window อันนี้ต้องไปชมกันเอาเองครับ แต่รับรองว่า ฮาแน่ๆ

ตัวอย่างภาพยนตร์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย Wikipedia

Directed by Yoon Je-kyoon
Written by Yoon Je-kyoon
Starring Lim Chang-jung
Ha Ji-won
Yoo Chae-yeong
Jin Jae-yeong
Distributed by Showbox
Release date(s) December 12, 2002
Running time 96 min.
Country South Korea
Language Korean
Budget $2,200,000 US[1

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s