ฟ้าทะลายโจร (2000) : เมื่อไอ้เสือ “ขอเป็นพระเอกในหัวใจเธอ”

Posted: กันยายน 12, 2011 in Action/บู๊, บทวิจารณ์ภาพยนตร์(รวม), ภาพยนตร์ไทย, Romantic/รัก

null

ไม่นานมานี้มีโอกาสได้ชมละครเรื่อง เรือนแพ ทางช่อง 5 จนจบเรื่อง ด้วยเสียงเพลงลูกกรุงอันไพเราะเพราะพริ้งพาลให้ผมนึกถึงหนังเรื่องหนึ่งในวัยเด็กที่ชอบมากเรื่องหนึ่ง ซึ่งตลอดทั้งเรื่องนอกจากจะเข้มข้นด้วยเนื้อหาแล้ว ยังมีเพลงลูกกรุงสุดคลาสสิคที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจผมให้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้ (ขนาดนั้นก็เว่อร์ปายยย) และหนังเรื่องนั้นก็คือเรื่องที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี่แหละครับ ฟ้าทะลายโจร หรือในชื่อภาษาอังกฤษสุดเศร้าว่า Tears of The Black Tiger (น้ำตาเสือดำ) ผลงานการกำกับของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ผู้กำกับไทยที่ผมชอบมากๆ การปรากฏตัวของฟ้าทะลายโจรนั้น แม้จะทำรายได้ไม่มากไม่มายนักในบ้านเรา แต่ในต่างประเทศนั้น เรื่องนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีทีเดียว ทำให้วิศิษฎ์ยังพอมีเครดิตในการทำหนัง(ให้กับไฟว์สตาร์)บ้างอยู่ประปราย และกลายเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่ดีที่สุดอีกคนของประเทศไทย

ฟ้าทะลายโจร เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์สุดคลาสสิคและแสนรักของ ศ.จินดาวงศ์ ซึ่งก็ดัดแปลงมาจากเรื่องราวของบรรดาโจรมือหนึ่งที่ออกปล้นสะดมในสมัยนั้น ซึ่งมักเรียกกันติดปากว่า “เสือ” คือเปรียบเทียบความโหดเหี้ยมของโจรกับเสือที่เป็นสัตว์นั่นเอง แต่มีการปรับเปลี่ยนจากบทพระเอกที่ควรจะเป็นของตำรวจให้กลายเป็นไอ้เสือเสียเอง โดยมีสไตล์การสร้างที่ตั้งใจให้ไม่สมจริง ไม่ว่าจะเป็นฉาก การแสดงของตัวละคร และบทพูด แต่ยังแสดงความเคารพต่อบทประพันธ์เอาไว้ ด้วยเสียงวิจารณ์ในแง่ดี บวกกับการแสดงที่ตรึงใจ ทำให้สองนักแสดงนำชาย เก่ง – ชาติชาย  งามสรรพ์ ผู้รับบทเป็น เสือดำ และ ต๊อก – ศุภกรณ์  กิจสุวรรณ ผู้รับบทเป็น เสือมเหศวร กลายเป็นดาราหนุ่มที่มีงานแสดงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นก็แต่ สเตลล่า  มาลูกี้ ผู้รับบทเป็น รำเพย นางเอกของเรื่อง ที่ออกจากวงการไปแต่งงาน แต่กลับต้องประสบกับมรสุมชีวิตจากโรคร้าย และได้นำเรื่องราวชีวิตมาเล่าผ่านรายการ ตีสิบ เมื่อไม่นานมานี้
null

ฟ้าทะลายโจร นำพาผู้ชมเข้าสู่บรรยากาศในช่วงประมาณปี 2500 ในยุคที่เมืองไทยชุกชุมไปด้วยบรรดา “เสือ” ทั้งหลายแหล่ ที่ออกปล้นสะดมกันเป็นกลุ่มเป็นก๊ก หนึ่งในนั้นคือชุมโจรของ เสือฝ้าย(สมบัติ เมทะนี) โจรอาวุโสผู้เปี่ยมพิษสง พร้อมด้วยสมุนมือซ้ายอย่าง เสือมเหศวร(ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ) และสมุนมือขวา เสือดำ(ชาติชาย งามสรรพ์) ความร้ายกาจของชุมโจรเสือฝ้ายทำให้ พระยาราชเสนา(ไพโรจน์ ใจสิงห์) ผู้ว่าฯพระนคร(กรุงเทพ) ต้องเรียกตัว ผู้กองกำจร(พศิน เรืองวุฒิ) ตำรวจหนุ่มไฟแรงคู่หมั้นของ รำเพย(สเตลล่า มาลูกี้) ลูกสาวของพระยาราชเสนามาช่วยปราบ แต่ท้ายที่สุดกำจรก็ต้องพลาดท่า เมื่อต้องปะทะกับโจรหนุ่มไฟแรงเช่นกันอย่าง เสือมเหศวรและเสือดำ เสือดำได้รับหน้าที่ให้ยิงกำจรทิ้ง ก่อนตายกำจรฝากข่าวเสือดำไปบอกถึงรำเพย คู่หมั้นของเขา ว่าตัวเขาได้ตายในหน้าที่เสียแล้ว และทันทีที่เสือดำได้เห็นรูปรำเพย เขาก็ต้องตกตะลึง ก่อนจะปล่อยให้กำจรหนีไป

แท้จริงแล้วเสือดำเคยรู้จักกับรำเพยมาตั้งแต่เด็ก เพราะพระยาพานทองเป็นสหายกับ กำนันเดื่อ(ครรชิต ขวัญประชา) พ่อของดำ ในวัยเด็กดำปกป้องรำเพยจากการถูกรังแกจนได้รับบาดเจ็บ ความซาบซึ้งทำให้รำเพยมอบหีบเพลง(ฮาร์โมนิก้า) ให้กับดำไว้ ก่อนจะจากไป ดำรู้ดีว่าตนเองต่ำต้อย เมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยและได้พบกับรำเพยอีกครั้้ง เขาพยายามแสร้งเป็นไม่รู้จักรำเพย แต่เมื่อรำเพยโดนเพื่อนนักศึกษารังแกอีกครั้ง ทำให้ดำต้องเปิดเผยตัวตน แต่ก็ต้องแลกมากับการโดนไล่ออก ดำใช้เวลาในช่วงนี้ฟื้นความสัมพันธ์กับรำเพยอีกครั้ง ก่อนจะกลับไปหาพ่อ แต่ปรากฏว่าพ่อถูกฆ่าตายเพราะมีคนต้องการเป็นกำนันแทนพ่อของเขา ดำโกรธจัดตามไปแก้แค้นแต่สู้ไม่ไหว โชคยังดีได้เสือฝ้ายมาช่วย และรับดำเข้ามาในชุมโจรกลายเป็นเสือดำจนทุกวันนี้ และปฏิบัติการต่อไปของเสือฝ้ายก็คือ ถล่มผู้กองกำจรให้ราบ ในวันแต่งงานของกำจรกับรำเพย และถึงเวลาแล้วที่ดำจะต้องเลือกระหว่าง เสือฝ้าย ผู้มีพระคุณ กับ รำเพย คนรักของเขาที่อาจเกิดอันตรายจากการบุกถล่มของเสือฝ้ายได้ทุกเวลา

ตัวละครหลัก

null

เสือดำ(เก่ง – ชาติชาย  งามสรรพ์) โจรหนุ่มผู้สุขุม เงียบขรึม ฝีมือเฉียบขาด เสือฝ้ายเห็นแววจึงรับเขามาเป็นมือขวา เป็นคนรักของรำเพย มีน้ำใจ เสียสละ และค่อนข้างอ่อนไหว

null

รำเพย ราชเสนา(สเตลล่า มาลูกี้) ลูกสาวของพระยาพานทอง เป็นสาวสังคมสูงผู้ทะนงในศักดิ์ศรี ชายเดียวที่เธอยอมสยบให้คือ ดำ แต่เธอก็ต้องถูกคลุมถุงชนให้แต่งงานกับกำจรโดยที่เธอไม่ได้เต็มใจเลยแม้แต่น้อย

null

เสือมเหศวร(ต๊อก – ศุภกรณ์  กิจสุวรรณ) เสือหนุ่มผู้มีนิสัยตรงข้ามกับเสือดำโดยสิ้นเชิง เดิมทีหมั่นไส้เสือดำที่มาแย่งตำแหน่งมือขวาไปจากตน แต่ด้วยความดีของเสือดำก็ทำให้เสือมเหศวรยอมสาบานเป็นเพื่อนกับเสือดำ แต่เขาจะทำตามคำสาบานได้จริงหรือ?

null

ร.ต.อ.กำจร(เอ – พศิน  เรืองวุฒิ) นายตำรวจหนุ่มไฟแรงผู้หมายล้างบางไอ้เสือให้หมดสิ้นไป หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรียิ่งกว่ารำเพยเสียอีก ทำได้ทุกอย่างเพื่อเอาชนะในสิ่งที่ตนต้องการ แต่ดูเหมือนกับว่า ยิ่งเขาไขว่คว้า มันก็ยิ่งว่างเปล่า

null

เสือฝ้าย(สมบัติ เมทะนี) เสืออาวุโสผู้โหดเหี้ยม เป็นคนชอบให้โอกาส ชุบเลี้ยงดำมาในฐานะของมือขวา เป็นคนใจเด็ด กล้าได้กล้าเสีย ประกาศิตของเขาคือ “ใครหักหลังเสือฝ้าย มันต้องตาย!!!”

พูดถึงตรงนี้ก็นึกถึงตอนเด็กที่เคยรบเร้าขอให้พ่อพาไปดูเรื่องนี้ในโรงครับ เพราะอยากรู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง ด้วยความที่พ่อไม่มีเวลาพาไปก็เลยสปอยล์หนังแบบหลอกๆว่า เรื่องนี้นะ นางเอกชื่อฟ้า แล้วถือปืนมาไล่ฆ่าโจร เลยได้ชื่อว่า ฟ้าทะลายโจรไงล่ะ ไอ้ผมก็จำฝังใจจนกว่าจะมีโอกาสได้ชมจริงๆก็ 5-6 ปีต่อมานู่นแน่ะ และเนื้อเรื่องจริงๆของมันก็อย่างที่ผมเล่ามาน่ะแหละครับ และเมื่อได้ชมแล้วก็รู้สึกว่ามันยอดเยี่ยมมากๆ ในส่วนของบทก็เล่นกันตามบทประพันธ์ซึ่งแต่งได้ดีอยู่แล้ว ไม่ขอยกมาพูดอะไรมากนะครับ เพราะไม่เคยอ่านฉบับนิยายมาก่อน แต่เนื้อเรื่องก็ดูเป็นเหตุเป็นผลดี และได้อารมณ์ตามสไตล์หนังคาวบอยไทยย้อนยุค ในขณะเดียวกันก็เป็นการบ่งบอกสไตล์การทำหนังของวิศิษฏ์ คือค่อนไปทางแฟนตาซี สังเกตได้จากผลงานต่อๆมาของเขาอย่าง หมานคร , เปนชู้กับผี , อินทรีแดง ก็ยังเป็นฮีโร่ที่ความเว่อร์มากกว่าความมันส์อย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้นหลายสิ่งหลายอย่างจึงตั้งใจให้ดูไม่สมจริง ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ดำเป่าหีบเพลงอยู่กลางทุ่งหญ้า โดยมีแบ็คกราวนด์เป็นภาพเขียนรูปอาทิตย์ยามลับขอบฟ้า และดำก็นั่งอยู่บนต้นไม้ที่พร็อบขึ้น การแสดงออกของตัวละครที่ดูโอเวอร์แอ็คติ้ง และบทพูดสวยหรูที่ริปมาจากบทประพันธ์ ทำให้เมื่อตอนที่ชมอยู่ไม่รู้สึกว่ากำลังดูหนัง แต่กำลังชมละครเวทีอยู่ นอกจากนี้ยังมีการปรับฟิลเตอร์ภาพให้สวนทางกับความเป็นจริง ขับเน้นให้ทุกอย่างในฉากดูมีสีสันฉูดฉาดขึ้น ตามสมัยนิยมในตอนนั้น (ไม่ได้เน้นสีฉูดฉาดที่โปรดักชั่นอยู่แล้วอย่าง แหยมยโสธร) ดังนั้นการดำเนินเรื่อง คาแรคเตอร์ตัวละคร และองค์ประกอบอื่นๆของหนังดังที่กล่าวมานั้นก็มีลักษณะและทิศทางที่คล้ายคลึงกับละครเวที  แม้จะไม่ให้อารมณ์ที่สดเท่า แต่ก็ถือว่าสนุกและน่าติดตาม รวมทั้งยังมีกลิ่นอายแบบเซอร์เรียลลิสม์อยู่ประปรายตลอดเรื่อง

null

นอกจากการดำเนินเรื่องที่กระชับแล้ว วิศิษฎ์ยังให้ความสำคัญในส่วนของการตัดต่อภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ และฉากแอ็คชั่นแบบคลาสสิคที่ค่อนข้างเหนือมาตรฐานหนังไทยทั่วไป วิศิษฏ์บันดาลให้ฉากระเบิดภูเขาเผากระท่อมที่คนไทยเราคุ้นเคย(ซึ่งส่วนใหญ่มาจากหนังอาหลองและหนังพันนา ฤทธิไกร) กลายเป็นฉากแอ็คชั่นที่ดูตื่นตา ให้อารมณ์ความคลาสสิคแบบหนังบู๊ไทย แต่ดูไม่ซ้ำซากจำเจ มีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิคมาช่วยสร้างสรรค์ให้ดูเหนือจริงมากขึ้น มุมกล้องและการกำกับภาพที่สวยงาม อีกทั้งการตัดต่อที่ฉับไว ให้อารมณ์ลุ้น ก็ช่วยทำให้หนังมีความน่าติดตาม และดูสนุกไปกับทุกฉาก แม้ฉากบู๊จะมีไม่มาก แต่ฉากบู๊ทุกฉากก็ล้วนแต่ส่งผลต่อเนื้อเรื่องและพัฒนาการของตัวละครแต่ละตัว ไม่เหมือนหนังบู๊ทั่วๆไปที่สักแต่ว่าใส่ๆฉากบู๊เข้าไปพอให้คนดูหายกลุ้ม

จะว่าไปแล้วฉากบู๊ของวิศิษฎ์ก็ค่อนข้างมีความฮาร์ดคอร์อยู่ไม่น้อย แม้จะไม่ถึงกับสยดสยองแต่ก็เรียกได้ว่าค่อนข้างโหด ลองนึกภาพคนเวลาถูกยิงแล้วเลือดทะลักออกมาราวกับน้ำมันที่เติมรถเต็มถังแล้วมันล้นทะลักออกมาดูสิ นั่นแหละ ประมาณนั้นเลย ออกแนวเลือดสาดเลยว่างั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลงานต่อๆมาซึ่งมีฉากบู๊เหมือนกันอย่าง อินทรีแดง จะมีคิวบู๊แบบฮาร์ดคอร์เลือดสาดไม่แพ้กัน ต่างกันตรงที่ใน ฟ้าทะลายโจร จะเป็นคิวบู๊ที่ดวลด้วยปืน ส่วนอินทรีแดงจะเป็นคิวบู๊แบบมาร์เชียลอาร์ตมากกว่า ส่วนตัวผมดูแล้วก็บอกตรงๆเลยว่าทั้งฉากทั้งเอฟเฟคท์อะไรมันรุนแรงจริง แต่ผมก็ยังชอบนะ คือมันดูแล้วรู้สึกสะใจจริงๆ แม้จะโดนยิงกันแค่นัดเดียวแล้วตาย แต่ก็เป็นนัดเดียวที่ดูแล้วรู้สึกกระชากใจ และสะใจมากกว่าโดนถล่มยิงจนพรุนซะอีก

null

กว่าจะได้คิวบู๊ที่สวยงาม ส่วนหนึ่งนั้นก็เป็นเพราะความสามารถของนักแสดง นับว่ามีการแคสติ้งมาค่อนข้างดี ไม่ว่าจะเป็นคุณเก่งและคุณต๊อก ที่เล่นเป็นเสือดำและเสือมเหศวร คู่นี้เรียกได้ว่าเท่ไปคนละแบบ เสือดำก็จะเป็นแนวขรึมๆ ซีเรียส ในขณะเดียวกันก็อบอุ่น อ่อนโยน คือพระเอกแบบสัสๆ ส่วนเสือมเหศวรก็จะมาในโทนตรงข้ามกัน คือกะล่อน เจ้าเล่ห์ ใจร้อน วู่วาม ประมาณ คลินท์ อีสต์วู้ด มาปะทะกับ คลาร์ค เกเบิล ทำนองนั้น และที่ขาดไม่ได้คือนักแสดงอาวุโส อย่างคุณสมบัติ เมทะนี ที่เล่นได้มีพลังและทำให้ผมขนลุกไปกับทุกฉาก กับคาแรคเตอร์ของเสือฝ้าย ขุนโจรผู้ทระนง และทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตนเองอยู่รอด เรียกว่าถ้าสามคนนี้มาประชันกันในซีนเมื่อไหร่ ผมว่าคนดูคงไม่อาจละสายตาไปได้อย่างแน่นอน เพราะคงจะอดเสียดายไม่ได้แน่ๆ

ส่วนนางเอกของเรื่อง คุณสเตลล่า มาลูกี้ที่รับบทเป็นรำเพย แม้จะเป็นหนังเรื่องแรกที่ได้เล่น แถมต้องเล่นเป็นนางเอกอีก แต่ก็ถือได้ว่าทำได้ดีพอสมควร ด้วยหน้าตาที่เป็นผู้ดีมาแต่แรกก็นับว่าโอเคแล้ว ยังมีการแสดงโทนดราม่าที่ทำได้ดี และดูแล้วรู้สึกสงสารและเห็นใจในชะตาของตัวละครตัวนี้ ตามแบบคุณหนูไฮโซทั่วไปที่มีพร้อมทุกอย่างยกเว้นอิสระในความรัก ส่วนคู่หมั้นของรำเพยอย่างผู้กองกำจรที่เล่นโดยคุณเอ ในส่วนของการแสดงผมว่าทำได้ดีนะครับ แต่ดูไม่เหมาะกับบทเท่าไหร่ เพราะคุณเอตัวเล็กไปหน่อย (ถ้าเป็นแบบ ดอม เหตระกูล ได้คงจะน่าลุ้นกว่านี้) หรืออาจเป็นความตั้งใจของผู้กำกับ ที่เพราะว่าพระเอกของเรื่องเป็นโจร ก็เลยต้องการถ่ายทอดหนังออกมาให้โจรดูเท่กว่าตำรวจก็อาจเป็นไปได้ คืออย่าว่าแต่ฝีมือเลย แค่ท่าชักปืนออกมามันก็คนละชั้นกันแล้ว

null

และอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้หนังดูมีความสมบูรณ์และดูสนุกมากขึ้น เห็นทีจะไม่พ้นเพลงประกอบและดนตรีประกอบ ที่มีทั้งความไพเราะและให้อารมณ์เป็นอย่างมาก อย่างดนตรีประกอบ โดยเฉพาะธีมของชุมโจรเสือฝ้าย ผมว่าเป็นทำนองที่ไพเราะและให้ความเท่ไม่แพ้เพลงเปิดตัวของเฮียหลิวเต๋อหัวในผู้หญิงข้าใครอย่าแตะเลยทีเดียว ที่สำคัญคืออีกเพลงหนึ่งที่เป็นเพลงประจำตัวของเสือดำเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือเพลง ใครจะเมตตา ขับร้องโดย คุณวิระ บำรุงศรี จากต้นฉบับโดย คุณเลิศ ประสมทรัพย์ โดยในหนังจะใส่เฉพาะเวอร์ชั่นของคุณวิระอย่างเดียว เป็นเพลงจังหวะเร็วๆ โดดเด่นด้วยเสียงไวโอลิน เนื้อหาเอ่ยถึงความเหงา ที่ขาดไร้คนเคียงข้างและอยากจะหวังให้ใครสักคนมาเมตตา “ตัวฉัน ทุกวันแสนตรม ขาดคู่ชมระทมตรมอยู่ผู้เดียว” นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเพลงเลยครับที่นำเอาเพลงดังๆในยุคนั้นมาประกอบให้เข้ากับเนื้อเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพลงจากวงสุนทราภรณ์ เช่นเพลง พรหมลิขิต เป็นต้น

แม้จะเป็นหนังที่ได้การถ่ายทำที่ดี เพลงประกอบดี และการตัดต่ออันเร้าใจ แต่อาจเป็นเพราะความพยายามให้เหมือนหนังย้อนยุคมากเกินไป ทำให้การถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครนั้นดูโอเวอร์แอ็คติ้งเกินจนดูไม่เป็นธรรมชาติ (เห็นได้ชัดในบทเสือมเหศวร ของคุณต๊อก ศุภกรณ์) ซึ่งมีอยู่หลากหลายในหนังไทยยุคก่อน แต่กับยุคปัจจุบันก็ไม่ทราบว่าผู้กำกับอย่างคุณวิศิษฏิ์ จงใจจะรักษาภาพลักษณ์เอาไว้ แต่ดูไปๆมาๆ ก็เหมือนจะเป็นหนังตลกกลายๆไป นอกจากนี้ ตอนสุดท้ายของเรื่องที่ทำออกมาเหมือนจะให้ดูเศร้า กลับขาดการให้อารมณ์ร่วมกับคนดู จนฉากนั้นดูตลกไปแทนที่จะเศร้าและเห็นใจตัวละคร แต่จะว่าไปก็เหมือนเป็นลายเซ็นของคุณวิศิษฎิ์เขานะครับ กับการถ่ายทอดอารมณ์โอเวอร์แอ็คติ้งเหล่านี้ ซึ่งมีมาให้เราได้เห็นกันในหนังของเขาทุกเรื่อง

null

ฟ้าทะลายโจร เป็นหนึ่งในหนังโรแมนติกแอ็คชั่นไม่กี่เรื่อง ที่ดูจะทำได้เข้าถึงทั้งโรแมนติกและแอ็คชั่น เป็นเสมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่ เนื้อเรื่องดูง่ายๆ ตามสไตล์หนังไทยยุคคลาสสิค แต่ได้การถ่ายทำด้วยเทคนิคดีระดับเทพ ผสานความเป็นแฟนตาซีเล็กๆ ได้อารมณ์หนังคาวบอยไม่น้อย เอาเป็นว่าให้คนเฒ่าคนแก่ดูก็สนุกจนน้ำหมากกระจายได้เหมือนกัน ส่วนตัวแล้วผมยกให้เป็น แฟนฉันเวอร์ชั่นคาวบอยไปเลย และเชื่อว่า มันอาจจะเป็นหนังโรแมนติกแอ็คชั่นพันธุ์ไทยอีกเรื่องหนึ่ง ที่เมื่อดูจบแล้วคงจะกระชากใจคนไทยไปไม่มากก็น้อย และเสือดำ ก็จะกลายเป็นพระเอกในคราบผู้ร้ายที่ดูโดดเด่นที่สุดในวงการหนังไทยไปอีกนาน

คะแนนรวม  8/10

ฉากเด็ด

ฉากเสือดำ VS เสือมเหศวร ในช่วงท้ายของเรื่อง ดูจะเป็นฉากที่แสดงถึงศักยภาพทั้งหมดทั้งมวลของเสือดำ พระเอกของเรา กับการตัดสินด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว ตามกติกาคาวบอย แต่ขอโทษ มันดูสนุกกว่าดูหนังกราดยิงบางเรื่องซะอีก

ตัวอย่างภาพยนตร์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

กำกับ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง
ผลิต นนทรีย์ นิมิบุตร
เขียน วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง
นำแสดง/
ชาติชาย งามสรรพ์
สเตลล่า มาลูกี้
ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
เอราวัต เรืองวุฒิ
สมบัติ เมทะนี
ไพโรจน์ ใจสิงห์
นัยนา ชีวานันท์
ครรชิต ขวัญประชา
สุวินิจ ปัญจมะวัต
เพลง อมรพงศ์ เมธาคุณาวุฒิ
กำกับภาพ ณัฐวุฒิ กิตติคุณ
ตัดต่อ ดุษณีย์ ผุยหนองโพธิ์
เผยแพร่ ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น
ฉาย 28 กันยายน พ.ศ. 2543
ยาว 110 นาที
ประเทศ ไทย
ภาษา ไทย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s